เงาร่างสีม่วงสายหนึ่งแล่นฉิวอยู่เหนือผิวน้ำทะเล ความเร็วอันน่าตะลึงก่อให้เกิดคลื่นซัดไล่เป็นระลอกตลอดทาง
ใต้แสงจันทร์เต็มดวง เงาร่างนั้นหยุดลอยอยู่กลางอากาศ เหอชุนเยี่ยนได้เห็นภาพที่ชาตินี้ไม่มีวันลืม
ผมยาวสีม่วงพลิ้วสยายไปตามสายลมทะเลใต้แสงจันทร์ พร้อมกับหนวดจำนวนหนึ่งที่โบกสะบัดอยู่กลางอากาศ ดวงตาสีม่วงคู่นั้นชวนให้ใจสั่น ราวกับแม่มดผู้เย็นชา
เหอชุนเยี่ยนอ้าปากค้าง มองเงาร่างบนฟ้าอย่างไม่อยากเชื่อ แม้รูปร่างจะต่างไปบ้าง แต่เธอก็จำได้ นั่นคือสาวน้อยบน【เรือสุขาวดี】!
รูม่านตาของจ้าวเป่าหดเล็กลงเท่าปลายเข็ม ร่างกายค่อย ๆ ถอยหลังไปเองตามสัญชาตญาณ ราวกับสัตว์ป่าที่ได้กลิ่นอันตราย
แม้จ้าวเป่าจะคลุ้มคลั่งไปแล้ว แต่ด้วยข้อจำกัดด้านค่าสถานะ อย่างไรเขาก็ยังบินขึ้นฟ้าหรือดำดินไม่ได้
หนวดพุ่งออกไปราวกับลูกศร รัดแขนขาและเอวของเขาได้อย่างแม่นยำ สายตาของหญิงสาวชุดม่วงเลื่อนไปยังแผ่นหลังของจ้าวเป่า ตรงนั้นมีส่วนที่นูนขึ้นมาอย่างผิดปกติ
เธอไม่ลังเล หนวดอีกเส้นยื่นออกไปฉีกเสื้อท่อนบนของจ้าวเป่าจนขาด
“อ้วก...”
เหอชุนเยี่ยนเห็นภาพตรงหน้าแล้ว ในที่สุดก็ทนไม่ไหว อาเจียนออกมา
ร่างกายท่อนบนของจ้าวเป่าถูกควักจนกลวงไปหมดแล้ว มีเศษเนื้อก้อนหนึ่งเกาะอยู่สองข้างกระดูกสันหลังและขยับยุบยับอย่างช้า ๆ เขากลายเป็นสัตว์ประหลาดที่หล่อขึ้นจากเนื้อหนังไปแล้ว
“ตายแล้ว”
หญิงสาวชุดม่วงพูดเรียบ ๆ ก่อนโยนร่างเปล่านั้นไปด้านข้าง เธอได้กลิ่นคุ้นเคยอันน่ารังเกียจจากเศษเนื้อก้อนนั้น แต่กลับนึกไม่ออกว่าเป็นกลิ่นอะไร
