ยามค่ำคืน ทะเลห้วงมืดยิ่งดูวังเวงน่าขนลุก ลมทะเลหอบใหญ่พัดลอดเข้ามาในห้องกัปตันที่มีลมรั่ว เหอชุนเยี่ยนกลั้นหายใจ ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง
ร่างกายที่เพิ่งผ่อนคลายหลังอาบน้ำร้อนเสร็จกลับแข็งเกร็งขึ้นมาอีกครั้ง เพราะต้องเกร็งตัวเป็นเวลานาน
เธอเพิ่งตื่นได้ไม่นาน และยังไม่กล้าขยับตัวเลยสักนิด คืนนี้เธอหลับไม่สนิท ไม่ใช่แค่เพราะลมรั่วเข้ามาเท่านั้น แต่ยังเพราะได้กลิ่นผิดปกติบางอย่างด้วย
กลิ่นคาวเลือด
กลิ่นนั้นลอยตามลมทะเลกรูเข้าจมูก เธอจึงสะดุ้งตื่นขึ้นมา รอบด้านเงียบจนน่ากลัว
ไม่ชอบมาพากล ปกติช่วงเวลานี้ซุนลี่กับจ้าวเป่ากำลังผลัดเวรกัน ซุนลี่เป็นคนมีเรี่ยวแรงเหลือเฟือตามธรรมชาติ มักจะคุยกับจ้าวเป่าอยู่นานพอสมควร ยิ่งวันนี้เขาได้นอนเต็มอิ่มด้วยแล้ว
กลิ่นคาวเลือดที่อบอวลอยู่รอบตัวราวกับเข็มเล็ก ๆ ทิ่มแทงจากโพรงจมูกไปจนถึงท้ายทอย
เธอลุกขึ้นอย่างแผ่วเบา เท้าเปล่าเหยียบพื้นไม้เก่าผุ พยายามไม่ให้เกิดเสียง แล้วขยับเข้าไปใกล้รูโหว่ข้างประตูไม้ ก่อนมองออกไปด้านนอก
สายตาค่อย ๆ เลื่อนไปทางขวา ไม่รู้ทำไมเรือของซุนลี่ถึงมาอยู่ใกล้ขนาดนี้
“!”
ภาพที่ปรากฏในสายตาทำให้รูม่านตาของเหอชุนเยี่ยนสั่นระริก เธอรีบปิดปากแน่น พยายามไม่ให้ตัวเองส่งเสียงออกมา
ศพของซุนลี่นอนพาดอยู่ข้างกราบเรืออย่างไร้เรี่ยวแรง ท่อนบนห้อยเหนือผิวน้ำ ลำคอเหลืออยู่เพียงครึ่งเดียว ศีรษะแกว่งไปมาเหนือทะเลราวกับตุ๊กตาผ้า เส้นผมถูกคลื่นซัดให้เปียกชุ่มครั้งแล้วครั้งเล่า
