ท้องฟ้านอกหน้าต่างเริ่มมืดลง หมอกทะเลลอยขึ้นจากผิวน้ำ ปกคลุมเส้นขอบฟ้าอันไกลโพ้นไว้บาง ๆ
ผู้เล่นสามคนยืนอยู่บนดาดฟ้า เหอชุนเยี่ยนแก้มแดงระเรื่อ ซุนลี่ดูกระปรี้กระเปร่า ส่วนจ้าวเป่าพุงกลมป่อง
“ถ้าเป็นไปได้ ก็อยากค้างคืนบนเรือของพี่ใหญ่จริง ๆ นะ...”
จ้าวเป่าลูบท้องพลางถอนใจ
แต่พวกเขาก็รู้ดีว่าใจคนยากแท้หยั่งถึง เฉินโม่ไม่มีทางยอมให้พวกเขาอยู่บนเรือต่อแน่
การได้เจอพี่ใหญ่ใจดีอย่างเฉินโม่ที่ต้อนรับพวกเขาอย่างอบอุ่น นับว่าโชคดีสุด ๆ แล้ว หากเจอคนประเภทฆ่าคนชิงของ พวกเขาสามคนคงไม่มีทางรอด
ผู้เล่นที่เอาชีวิตรอดในทะเลห้วงมืดมาจนถึงตอนนี้ ย่อมไม่คิดอะไรไร้เดียงสาแบบนั้น
เวลาที่พวกเขาได้รับอนุญาตให้อยู่บนเรือค่อย ๆ ผ่านไปทีละวินาที เหลืออีก 5 นาทีสุดท้าย
“พี่ใหญ่ งั้นพวกเราขอตัวก่อนนะ!”
ทั้งสามคนกล่าวขอบคุณด้วยสีหน้าซาบซึ้ง ก่อนปีนบันไดเชือกกลับไปยังเรือผุพังของตัวเอง ความแตกต่างที่เห็นได้ชัดทำให้พวกเขาได้แต่ยิ้มเจื่อน ๆ
เรือเล็กผุพังทั้งสามลำค่อย ๆ หันหัวกลับท่ามกลางแสงสนธยา แล้วมุ่งหน้าไปทางเดิม ก่อนจะลับหายไปจากเส้นขอบฟ้า
เฉินโม่กลับเข้าไปในเรือสุขาวดี การทดลองครั้งนี้พิสูจน์แล้วว่าผู้เล่นมีศักยภาพมากจริง ๆ
ผู้เล่น 3 คนมอบค่าความเพลิดเพลินให้ 15 แต้ม อาจจะไม่มากนัก แต่ถ้ามี 30 คน หรือ 300 คนล่ะ?
“สมแล้วที่ต้องพึ่งพาคนบ้านเดียวกัน”
เฉินโม่จุ๊ปาก เทพโบราณให้ค่าความเพลิดเพลินมาเยอะก็จริง แต่ความเสี่ยงก็สูงมากเช่นกัน
เขาสลัดความคิดออกไป แล้วหยิบดวงตาคลุ้มคลั่งออกมา ในที่สุดก็สร้างห้องสังเกตการณ์ที่ใฝ่ฝันมานานได้เสียที
