ลู่จิ่งชวนกลับถึงบ้านตอนค่ำ ก็พบว่าซูเนี่ยนเหอยังคงนั่งเคาะแป้นพิมพ์อยู่ในห้องหนังสือไม่หยุด
ซูเนี่ยนเหอได้ยินเสียงลู่จิ่งชวนเปิดประตูเข้ามา เธอยังจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์ ไม่แม้แต่จะหันไปมอง ก่อนพูดว่า
“ท่านประธานลู่ เซิร์ฟเวอร์เครื่องนี้แรงมากเลยค่ะ ประมวลผลโปรแกรมขนาดใหญ่ได้ลื่นปรื๊ด ไม่กระตุกเลย!”
นิ้วของซูเนี่ยนเหอขยับพรมบนแป้นพิมพ์อย่างรวดเร็ว ลู่จิ่งชวนเดินเข้ามาดูแล้วถึงกับตาลาย
ทุกครั้งที่ซูเนี่ยนเหอเรียกใช้เซิร์ฟเวอร์ของบริษัทเพื่อ “หารายได้พิเศษ”
เธอจะยื่นคำขอเรียกใช้ระบบแบบง่าย ๆ แยกให้เขาอนุมัติ
เขามักจะกดอนุมัติอย่างรวดเร็ว โดยไม่เคยอ่านรายละเอียดให้ถี่ถ้วน
เพิ่งมารู้เอาตอนนี้เองว่า เวลาซูเนี่ยนเหอช่วยคนแก้ปัญหาระบบ เธอต้องจัดการข้อมูลปริมาณมหาศาลขนาดนี้
ยังดีที่เซิร์ฟเวอร์ที่บ้านของเขาแรงพอ ไม่อย่างนั้นคงรับมือกับการใช้งานหนักหน่วงของเธอไม่ไหว
“ใครกันถึงได้มีหน้ามีตาขนาดทำให้ภรรยาผมต้องทำงานล่วงเวลาให้ที่บ้าน?”
ซูเนี่ยนเหอกดแป้นสุดท้าย ปิดฉากงานหนักแต่ได้ผลตอบแทนงามในครั้งนี้
“อี๋นัวร์แนะนำลูกค้าให้ฉันอีกคนค่ะ ฉันเลยทำงานล่วงเวลาแก้ปัญหาจุกจิกให้ลูกค้า ก่อนหน้านี้คุณก็ยังไม่กลับมานี่คะ”
ลู่จิ่งชวนขมวดคิ้ว ถามอย่างไม่พอใจว่า “เหนื่อยขนาดนั้นเลยเหรอ? งานนี้ได้เงินเท่าไร?”
“ทั้งหมดสี่ล้านค่ะ ฉันแบ่งกับอี๋นัวร์สองต่อแปด รอบนี้ฉันได้สามล้าน คุ้มกับที่ต้องโต้รุ่งทำงานไหมล่ะคะ?”
ซูเนี่ยนเหอเชิดหน้าภูมิใจ
ลู่จิ่งชวนชะงักไปในใจ “คุณเคาะแป้นพิมพ์อยู่แป๊บเดียวก็หาเงินได้สามล้านแล้วเหรอ?
อี๋นัวร์แนะนำลูกค้าให้คุณ แล้วก็นอนรับเงินไปหนึ่งล้านเลย?”
ความไม่พอใจเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความประหลาดใจเต็มใบหน้า
