ตอนนี้แขนของเธอยังไร้เรี่ยวแรง เพราะตอนพายุเข้าเมื่อครู่ เธอต้องจับครีบปลาดำยักษ์เอาไว้
เมื่อรู้ตัวว่าคงรับมือกับปลาทูน่าไม่ไหว เธอจึงต้องจำกัดขอบเขตของเหยื่อให้แคบลงกว่าเดิม
ปลาดำยักษ์วนอยู่ข้างเรือไม้สองสามรอบ ก่อนจะหันหัวดำดิ่งลงใต้ทะเล ว่ายมุ่งสู่ทะเลลึกจนเงาร่างค่อย ๆ เลือนหายไป
ส่วนอูจิ้นเยว่ถือมีดสั้นรอต่ออยู่บนเรือ
สิบกว่านาทีต่อมา ปลาดำยักษ์ก็กระโจนขึ้นจากผิวน้ำ ห่างจากเรือไม้ราวห้าสิบเมตร
“ซ่า ซ่า!”
ร่างของปลาดำยักษ์ที่กลิ้งม้วนตัวพาคลื่นซัดมุ่งตรงเข้าหาเรือไม้
อูจิ้นเยว่รีบคว้าขอบเรือไว้แน่น แล้วหันไปมองปลาดำยักษ์
เธอเห็นมันคาบหมึกยักษ์ตัวหนึ่งไว้ในปาก ส่วนที่ครีบหลังก็มีหมึกยักษ์อีกตัวเกาะอยู่
ปลาดำยักษ์กลิ้งตัวและสะบัดครีบปลาไม่หยุด แต่ก็ยังสลัดหมึกยักษ์ออกไปไม่ได้
เมื่อเห็นสถานการณ์ไม่สู้ดี หากปลาดำยักษ์ซัดคลื่นอีกสักสองสามระลอก เรือคงพลิกคว่ำอีกแน่
เธอรีบยื่นมือออกไป แล้วตะโกนเสียงดังใส่ปลาดำยักษ์
“มานี่!”
ปลาดำยักษ์ยังดิ้นหลุดจากหนวดหมึกยักษ์ไม่ได้ จึงทำได้เพียงว่ายมาข้างเรือ แล้วลอยตัวขึ้นมาให้หมึกยักษ์ที่เกาะครีบหลังโผล่พ้นน้ำ
อูจิ้นเยว่ยกมีดสั้นขึ้น ฟันใส่หัวของหมึกยักษ์
แต่หมึกยักษ์ตอบสนองได้เร็วกว่ามาก
มันแบ่งหนวดที่พันปลาดำยักษ์อยู่ออกมาสองเส้น รัดข้อมือขวาที่จับมีดสั้นของอูจิ้นเยว่ไว้แน่น พยายามดึงเธอลงน้ำ
อูจิ้นเยว่รู้สึกว่าหนวดพร้อมปุ่มดูดรัดแน่นขึ้นเรื่อย ๆ ข้อมือของเธอบวมขึ้นมาทันที
