ไม่คิดเลยว่าเมื่อกระรอกเห็นต้นไม้ที่มันนอนหลับอยู่ มันกลับหันหน้าหนีไม่ยอมมอง
ร้องสองครั้งแล้วมันก็สะบัดหลุดจากมือของอูจิ้นเยว่ วิ่งกลับไปหลบอยู่หลังเป้ของเธออีกครั้ง
ฉันไม่กลับหรอก!
กระต่ายน้อยร้องเจี๊ยวจ๊าวใส่มันไม่หยุด กระต่ายกับกระรอกจึงทะเลาะกันอีกครั้ง อูจิ้นเยว่รู้สึกเหมือนมีเป็ดเป็นพันตัวกำลังร้องอยู่ข้างหู
“หยุด!”
เธอคว้ากระรอกที่ปีนขึ้นมาบนตัวอีกครั้ง ยกมันขึ้นมาจ้อง
“แกอยากตามฉันไปเหรอ”
ตอนแรกกระรอกยังทำท่าทางมีเหตุผลเต็มที่
แต่เมื่อเจอสายตาเคลือบแคลงของอูจิ้นเยว่ มันก็ค่อย ๆ ยอมแพ้ ส่งเสียงครางเบา ๆ
ดวงตาเล็ก ๆ มองอูจิ้นเยว่สลับกับเหลือบมองกระต่ายน้อย
อูจิ้นเยว่เห็นท่าทางเหมือนอยากพูดแต่ก็ไม่พูดของกระรอก จึงถามคำถามเดิมซ้ำอีกครั้ง
เมื่อเห็นว่ากระรอกยังไม่ยอมส่งเสียง เธอก็หมดความอดทน
น้ำทะเลเค็มซึมเข้าเนื้อเสื้อผ้าของเธอแล้ว ตรงชายเสื้อที่เริ่มแห้งมีคราบเกลือสีขาวขึ้น เธอต้องรีบกลับไปสระผมอาบน้ำ
เธอไม่มีเวลามาเสียเปล่าอยู่ตรงนี้มากนัก
เธอยื่นมือเอากระรอกไปแขวนไว้บนต้นซานมู่ ก่อนยกเท้าเตรียมพาปอปอกลับที่หลบภัย
กระรอกเห็นอูจิ้นเยว่กำลังจะไปก็ร้อนใจ รีบกระโดดจากต้นซานมู่ขึ้นไปบนไหล่ของเธอ
อูจิ้นเยว่หันกลับไปมอง กระรอกที่เมื่อครู่ยังเงียบกริบ ตอนนี้กลับพยักหน้าไม่หยุด
ปอปอที่อยู่ข้าง ๆ ก็เงียบไปอย่างน่าประหลาด มันหลบอยู่หลังไหล่ของเธอ คอยมองดูเหตุการณ์
“ปอปอ แกอยากให้มันมาอยู่กับพวกเราไหม”
เรื่องที่กระรอกอยากมาหรือไม่อยากมาเป็นอีกเรื่อง แต่ถ้ากระต่ายน้อยไม่ยอมรับกระรอก อูจิ้นเยว่คิดว่าที่หลบภัยของเธอคงไม่เพียงแต่จะหนวกหูจนตาย แต่ยังอาจถูกเจ้าสองตัวนี้รื้อพังอีกด้วย
