อูจิ้นเยว่ครุ่นคิดเล็กน้อย แล้วไปหาก้อนหินขนาดใหญ่แถวนั้นมาโยนใส่ปากถ้ำ
ผ่านไปสองนาที ก็ไม่มีปูตัวไหนคลานออกมา
อูจิ้นเยว่เช็ดเหงื่อบนหน้าผาก แล้วเก็บมีดสั้นกลับไป
เธอไม่มีทางเฝ้าถ้ำนี้รอให้ปูคลานออกมาได้ตลอด ตอนนี้เวลาเป็นสิ่งล้ำค่า
ทันใดนั้นเธอก็นึกอะไรขึ้นมาได้ จึงหยิบหญ้าแห้งสองกำกับหินเหล็กไฟออกมา จุดหญ้าแห้งกำหนึ่งแล้วสอดเข้าไปในปากถ้ำ
หลบอยู่ข้างในไม่ยอมออกมางั้นเหรอ? งั้นก็ไม่ต้องออกมาแล้ว เธอจะจัดการทีละตัวก็ยุ่งยากเหมือนกัน
รมควันถ้ำปูไปเลยดีกว่า
หลังจากสอดหญ้าแห้งที่จุดไฟแล้วเข้าไป อูจิ้นเยว่ก็ลุกขึ้นสำรวจรอบ ๆ
ไม่มีควันลอยออกมาจากที่ไหนเลย ดูท่าปูพวกนี้จะขุดโพรงไว้แค่แห่งเดียว
เธอจึงจุดหญ้าแห้งอีกกำแล้วสอดเข้าไปในปากถ้ำ จากนั้นก็กวาดหินรอบ ๆ เข้าไปทั้งหมด ปิดปากถ้ำไว้ครึ่งหนึ่ง
จัดการเสร็จแล้ว อูจิ้นเยว่ก็ทิ้งตัวนั่งลงตรงที่กำบังลม หยิบขนมปังนมผึ้งออกมาจากเป้ ฉีกออกมานิดหนึ่งป้อนปอปอ ส่วนที่เหลือใช้สองมือกดจนแบนแล้วยัดเข้าปาก
ขนมปังนมผึ้งนี่อร่อยใช่เล่นเลย
เติมพลังด้วยอาหารเสร็จ อูจิ้นเยว่ก็ลุกขึ้นปัดก้น แล้วหยิบปอปอออกมาวางไว้ข้างปากถ้ำ
“ปอปอ เฝ้าตรงนี้นะ ถ้ามีปูคลานออกมาให้ร้องเรียกฉันเสียงดัง ๆ เลย”
“เวลาเร่ง งานก็เยอะ ฉันจะไปตัดไม้แถวนั้นก่อน”
สั่งงานปอปอเสร็จ อูจิ้นเยว่ก็หยิบขวานแล้วเดินไปยังต้นไม้ใหญ่ข้างกองหิน
ตัดต้นไม้สองต้นภายในหนึ่งชั่วโมง ระหว่างนั้นยังกลับมาเติมหญ้าแห้งที่กำลังไหม้ให้ถ้ำปูอีกครั้ง
