เจียงมู่อวิ๋นก้าวลงบันได ภาพเหตุการณ์มากมายตรงหน้าแปรเปลี่ยนอย่างรวดเร็วไม่ต่างกัน
เขาเห็นตัวเองค่อย ๆ เปลี่ยนจากวัยหนุ่มไปสู่วัยชรา
ผมดำขลับถูกกาลเวลาย้อมจนขาวโพลน แผ่นหลังที่เคยตั้งตรงค่อย ๆ ค้อมงอ ใบหน้าเย็นชามีริ้วรอยปรากฏขึ้นเต็มไปหมด จากนั้นเวลาที่ไหลผ่านก็เริ่มย้อนกลับ ผมขาวเปลี่ยนสีอีกครั้ง ริ้วรอยค่อย ๆ เลือนหาย ร่างกายชราภาพกลับคืนสู่วัยหนุ่ม
ภาพเหล่านั้นวนซ้ำไปมา
รอบข้างยังมีเสียงนับไม่ถ้วนดังขึ้น กระซิบข้างหู พยายามชักจูงให้เขาหยุดฝีเท้า แล้วพินิจพิจารณาอดีตและอนาคตแต่ละช่วงอย่างละเอียด
แววตาของเจียงมู่อวิ๋นไม่เปลี่ยนไปแม้แต่น้อย
เขารู้ดีว่าภาพเหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งที่นครย้อนกาลสร้างขึ้น
อดีตเกิดขึ้นไปแล้ว ส่วนอนาคตยังมาไม่ถึง
ภาพไม่กี่ภาพที่แยกของจริงกับของปลอมไม่ออก ไม่อาจสั่นคลอนการตัดสินใจของเขาได้
ยิ่งไปกว่านั้น เสี่ยวหลียังอยู่ข้างกาย
เจียงมู่อวิ๋นยื่นมือออกไป อยากกระชับมือที่จับมือน้องสาวไว้ให้แน่นขึ้น ทว่าฝ่ามือกลับคว้าได้เพียงความว่างเปล่า
ฝีเท้าของเขาพลันหยุดชะงัก
เสียงเฟืองหมุนดังแกรก ๆ ก้องอยู่รอบด้านเช่นเดิม เถาวัลย์ที่เชื่อมโยงทุกคนไว้กลับหายไปอย่างไร้ร่องรอยตั้งแต่เมื่อใดก็ไม่รู้ รอบกายว่างเปล่า หมอกสีเทาขาวปกคลุมบันไดทุกขั้น ไม่ได้ยินทั้งเสียงฝีเท้าและเสียงพูดคุย
