พอออกจากแคปซูลเกม เจียงหลีเยว่ก็ได้กลิ่นหอมหวานของเกี๊ยวน้ำกับกลิ่นหอมเกรียมของเกี๊ยวทอดที่ลอยอบอวลอยู่ในอากาศก่อนเป็นอย่างแรก ท้องของเธอร้องจ๊อกขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่
เธอสวมรองเท้าแตะขนฟูนุ่มเดินออกไปยังห้องนั่งเล่น
ลู่ยวี่หายนั่งอยู่หน้าโต๊ะอาหารแล้ว มือข้างหนึ่งเท้าคาง ส่วนอีกข้างหมุนตะเกียบเล่นไปมาอย่างไร้จุดหมาย ดวงตาดอกท้อหรี่ปรือ ดูราวกับรออาหารจนวิญญาณหลุดออกจากร่าง
“เสี่ยวหลี มานี่เร็ว” เขายิ้มพลางกวักมือเรียก “เกี๊ยวน้ำกับเกี๊ยวทอดใกล้เสร็จแล้ว”
สิ้นเสียง เจียงมู่อวิ๋นก็ยกชามเกี๊ยวน้ำออกมา
เขาเหลือบมองลู่ยวี่หวย “ของตัวเองก็ไปยกเองสิ”
ลู่ยวี่หวยลุกขึ้นยืน พูดอย่างฮึกเหิมว่า “ไปก็ไป!”
“เสี่ยวหลีกินก่อนเลย เกี๊ยวทอดก็ใกล้เสร็จแล้ว” พอหันมาพูดกับน้องสาว น้ำเสียงและแววตาของเจียงมู่อวิ๋นก็อ่อนโยนลง เขาเลื่อนชามเกี๊ยวน้ำในมือไปตรงหน้าเธอ
เจียงหลีเยว่เพิ่งล้างมือเสร็จ เธอเช็ดหยดน้ำบนมือแล้วส่งยิ้มตาหยี “ได้เลย~”
เธอใช้ช้อนตักเกี๊ยวน้ำขึ้นมาหนึ่งลูก เป่าให้คลายร้อน รอจนไม่ร้อนมากแล้วค่อยส่งเข้าปาก
ไส้เป็นกุ้ง
แป้งบาง ไส้แน่น รสชาติสดหวานอร่อยสุด ๆ
“อร่อย~” เธอเคี้ยวจนแก้มป่อง เสียงอู้อี้เล็กน้อย
“กินเยอะ ๆ ในหม้อยังมีอีก”
เมื่อเห็นใบหน้าเล็กสะอาดหมดจด งดงาม และยังมีแก้มยุ้ยนิด ๆ ของเธอ แววตาคมเข้มของเจียงมู่อวิ๋นก็ผ่อนคลายลง
ไม่นานเกี๊ยวทอดก็เสร็จ กลิ่นหอมเกรียมของเกี๊ยวทอดเต็มจานใหญ่ ถูกยกมาวางไว้กลางโต๊ะอาหาร
ทั้งสามคนนั่งกินกันเงียบ ๆ อยู่พักหนึ่ง
ลู่ยวี่หวยอดทำลายความเงียบไม่ได้ เขากัดเกี๊ยวทอดพลางพูดว่า “ถึงฉันจะรู้อยู่แล้วว่าเกมเทวโองการต้องดังแน่ ๆ แต่วันนี้มีผู้เล่นใหม่เข้ามาเยอะเกินไปหรือเปล่า”
