ป้อมปราการสีชาดยิ่งใหญ่เกินกว่าที่จินตนาการไว้เสียอีก
กำแพงเมืองสูงตระหง่านพุ่งตรงขึ้นไปจรดขอบฟ้าสีแดงคล้ำ ประตูโลหะพิเศษบานมหึมาเปิดอ้าอยู่ ด้านหลังเป็นโถงกว้างใหญ่ที่จุหุ่นกลจักรกลขนาดยักษ์ได้นับหมื่นตัว
มันใหญ่กว่าสนามกีฬารังนกในโลกจริงหลายเท่า ด้านบนเป็นหลังคาปิดสนิท มีลวดลายหลากหลายสลักอยู่บนเพดาน
เพียงแต่ลวดลายเหล่านั้นบางส่วนเลือนรางจนมองไม่ชัด
ตามผนังโดยรอบมีผลึกส่องแสงเจิดจ้าฝังอยู่เป็นระยะ แสงจากพวกมันทำให้ภายในสว่างไสว ทั้งยังช่วยขจัดความหม่นหมองที่ติดเข้ามาจากภายนอกไปได้ไม่น้อย
หลายทีมเข้ามาก่อนแล้ว ต่างจับจองมุมของตัวเอง บ้างนั่งบ้างนอน หมดแรงกันจนแทบขยับไม่ไหว
อาวุธถูกโยนทิ้งไว้ข้างตัว ในโถงมีเพียงเสียงหอบหายใจหนักหน่วงกับเสียงกรนดังสนั่นที่ดังสลับกันไปมา
เหนื่อยจนแทบไม่มีใครอยากพูด
ตอนลู่ยวี่หวยนำกองทัพหุ่นกลจักรกลเข้ามา ก็เรียกสายตาจากคนไม่น้อย คนที่ไม่เคยเห็นมาก่อนนึกว่ามีสัตว์ประหลาดบุกเข้ามา จึงรีบคว้าอาวุธลุกขึ้นยืน
พอมองให้ชัดแล้วพบว่าเป็นพวกเดียวกัน พวกเขาก็ทิ้งตัวลงกับพื้นดังตุ้บแล้วผล็อยหลับไปทันที
ทีมของพวกเขาสะดุดตาเกินไปจริง ๆ
ลู่ยวี่หวยที่นำกองทัพหุ่นกลจักรกล เจียงมู่อวิ๋นที่มีปีกสีขาวขนาดใหญ่แผ่แสงศักดิ์สิทธิ์ไปทั่ว และเจียงหลีเยว่ที่มีคนสวมชุดคลุมแดงกลิ่นอายมรณะตามติดอยู่เป็นพรวน
ทั้งสามคนยืนอยู่ตรงนั้นก็กลายเป็นจุดสนใจทันที
ไม่มีใครอดเหลือบมองพวกเขาได้
ลู่ยวี่หวยกวาดตามองไปรอบ ๆ อย่างใจเย็น ก่อนหามุมค่อนข้างสงบแล้วพาทีมเดินไป “พักตรงนี้กันเถอะ”
เจียงหลีเยว่ขยับไปนั่งชิดพี่ชาย พลางสำรวจภายในป้อมปราการ
เธอเห็นว่าป้อมปราการมีประตูใหญ่ทั้งหมดสี่บาน พวกเขาเข้ามาจากประตูทิศเหนือ ตอนนี้ประตูปิดลงแล้ว ส่วนประตูทิศตะวันออกและตะวันตกก็ปิดสนิทเช่นกัน เหลือเพียงประตูทิศใต้ที่อยู่ตรงข้ามกันซึ่งยังเปิดอยู่
