“...เสี่ยวหลี?”
ลู่ยวี่หวยจ้องเสื้อคลุมสีแดงตรงหน้า มองก้อนดำที่ไร้ทั้งใบหน้า ผิวหนัง และเลือดเนื้อซึ่งกำลังเคลื่อนไหวอยู่ใต้ฮู้ด ก่อนขมวดคิ้วเล็กน้อย
“สภาพแบบนี้...โดนรังแกมาหรือว่าเป็นศิษย์แห่งความตายแล้วหน้าตาเป็นแบบนี้กันแน่?”
น้องสาวที่แสนดีคนหนึ่ง
ทำไมไม่เจอกันแค่พักเดียว ถึงได้กลายเป็นเหมือนเห็ดที่ขึ้นอยู่ในมุมอับชื้น แผ่กลิ่นอายหม่นหมองออกมาทั่วตัวไปได้
【ไม่ปกป้อง ดี พี่ชาย บาดเจ็บ...】
เสียงตอบรับที่ดังขึ้นในหัวของเขายังคงเย็นชา ทว่าปนความน้อยใจอย่างเห็นได้ชัด
ลู่ยวี่หวยหันไปมองเจียงมู่อวิ๋นตั้งแต่หัวจรดเท้า
เขามองอยู่นานกว่าจะพอเห็นร่องรอยเล็กน้อยบนแขนอีกฝ่าย จึงรู้ว่าเจ้าตัวเคยบาดเจ็บมาก่อน
ลู่ยวี่หวย “...”
เขาเบิกตากว้าง มองเจียงมู่อวิ๋นด้วยแววตาตกตะลึงปนตำหนิ
เอาสิ เจ้าคนแซ่เจียง แผลแค่นี้ใกล้จะหายอยู่แล้ว ยังจะทำเป็นน่าสงสารต่อหน้าเสี่ยวหลีอีกนะ!
เจียงมู่อวิ๋นอ่านความหมายในสายตาของลู่ยวี่หวยออก
แต่เขาไม่อยากเสียเวลาสนใจเจ้าทึ่มนี่แม้แต่น้อย
เขายกมือวางลงบนฮู้ดของน้องสาวอย่างแผ่วเบา แล้วตบปลอบเบา ๆ ราวกับกำลังปลอบสัตว์ตัวน้อยที่ขนพองฟูทั้งยังรู้สึกน้อยใจ
“เสี่ยวหลีของเราเก่งมากแล้ว ถ้าไม่ใช่เพราะเสี่ยวหลี ตอนนี้พี่คงบาดเจ็บหนักกว่านี้แน่”
เจียงมู่อวิ๋นพูดเสียงอ่อนโยน ดวงตาหลุบต่ำ ขณะที่แสงศักดิ์สิทธิ์เจิดจ้าส่องออกมาจากร่าง “สำหรับพี่แล้ว เสี่ยวหลีดีที่สุดเสมอ อย่าโทษตัวเองเลยนะ”
คนที่ควรโทษตัวเองน่าจะเป็นเขาต่างหาก
