ฟังคำพูดของพี่มี่แล้ว เจียงมู่อวิ๋นครุ่นคิดอยู่สองวินาทีก่อนเอ่ยว่า “ยังไม่ต้องสนใจ ผ่านดันเจี้ยนนี้ไปก่อนค่อยว่ากัน”
“พวกเธอพักผ่อนให้เต็มที่ อีกไม่นานผู้บุกรุกคงจะเปิดฉากโจมตีครั้งใหญ่”
ขณะพูด เขายกมือใช้วิชารักษา แสงสีขาวแผ่คลุมเหล่าเจี้ยนกับพวกพ้อง ช่วยรักษาบาดแผลและความเหนื่อยล้าทางจิตใจ ให้ทุกคนได้นอนหลับสบายขึ้น
“ได้ งั้นฉันขอนอนบ้าง!” เหล่าเจี้ยนถูกแสงสีขาวห่อหุ้มอยู่ชั่วครู่ ก็รู้สึกว่าเนื้อตัวเบาสบายขึ้นมาก
เขานอนลงอย่างอารมณ์ดี
แม้จะมองจากที่ไกล ร่างมหึมาของเขาก็ยังดูราวกับภูเขาลูกเล็ก ๆ และบังทุกคนไว้ได้มิดพอดี
ลู่ยวี่หวยกลับมาพร้อมวัตถุดิบ พอเห็นภาพตรงหน้าก็ถึงกับงง
เสี่ยวหลีกับเหล่าเจียงไปไหนกันหมดล่ะ?
ก้อนหินใหญ่ขนาดนี้มาจากไหนกัน??
ลู่ยวี่หวยเดินอ้อมภูเขาลูกเล็ก ๆ นั้นไปสองก้าว จึงเห็นเสี่ยวหลีกับเหล่าเจียงที่ถูกบังอยู่ด้านหลัง
“นี่ใคร?” เขาถาม
【พี่เจี้ยน พวกเขา ยังมีชีวิตอยู่】
【พี่ยวี่หวย เบาเสียงหน่อย พี่ชายเหนื่อย กำลังหลับสบาย】
เจียงหลีเยว่เหลือบมองพี่ชายที่ยังหลับตาพักผ่อน อารมณ์และเสียงที่ส่งออกไปล้วนแผ่วเบา
“...ได้ ๆ” ลู่ยวี่หวยลดเสียงลง ก่อนเหลือบมองร่างมหึมาของเหล่าเจี้ยน แล้วนั่งลงข้างเจียงหลีเยว่ “เป็นเหล่าเจี้ยนจริง ๆ ด้วย ขอแค่ยังมีชีวิตอยู่ก็พอ”
ด้านหลังเขามีรถเข็นคันหนึ่งบรรทุกวัตถุดิบนานาชนิด ทั้งยังเคลื่อนที่ไปข้างหน้าได้เอง
พอมาถึงที่หมาย ลู่ยวี่หวยก็รื้อรถเข็นทิ้งอย่างไม่ลังเล วัตถุดิบด้านในไหลกรูลงพื้น กองพะเนินสูงพอ ๆ กับตัวเหล่าเจี้ยน
หุ่นเชิดขนาดเล็กที่ยืนรอคำสั่งอย่างเงียบ ๆ อยู่ไม่ไกลหันขวับ แล้วรีบตรงมาหาลู่ยวี่หวย
“มา ให้ราชาของพวกเธอซ่อมให้ดี ๆ”
ระหว่างซ่อมแซมและประกอบหุ่นเชิดขึ้นใหม่ เขาก็กระซิบคุยกับเจียงหลีเยว่ที่ยังตื่นอยู่ข้าง ๆ “เสี่ยวหลี เธอเคยสู้กับผู้ชายรอยสักคนนั้น เล่าให้พี่ฟังหน่อยว่าเขาเก่งแค่ไหน?”
