หญิงแมงป่องสูดหายใจลึก กำลังจะพูดอะไรบางอย่าง แนวป้องกันชั้นสุดท้ายรอบป้อมปราการก็พังครืนลงภายใต้การบุกกระหน่ำระลอกใหม่ของเหล่าสัตว์ประหลาดที่ไม่กลัวตาย
เสียงสัญญาณเตือนแหลมบาดหูดังขึ้นฉีกความเงียบงันอันกดดันภายในป้อมปราการในชั่วพริบตา
“จบกันแล้ว.....”
“แนวป้องกันแตกแล้ว! พวกสัตว์ประหลาดกำลังจะบุกเข้ามา!!”
เสียงร้องไห้คร่ำครวญอย่างสิ้นหวังดังระงมมาจากชั้นล่าง ใบหน้าของเหล่าผู้รอดชีวิตซีดเผือด มือที่กำอาวุธสั่นระริกราวกับร่อนแป้ง
“ไอ้พวกไร้ประโยชน์....” หางที่อยู่ด้านหลังหญิงแมงป่องเกร็งตึง นางกัดฟันกำอาวุธในมือแน่น “ดีแต่ร้องไห้ ไอ้พวกขี้ขลาด!”
ต่อให้ต้องตาย นางก็จะลากใครสักคนลงหลุมไปด้วย แบบนั้นถึงจะไม่ตายเปล่า!
หลินหมานหอบหายใจ ก่อนลุกขึ้นมองสัตว์ประหลาดที่กรูกันเข้ามาด้านล่าง แล้วก้มมองแขนซ้ายของตนที่กำลังงอกขึ้นมาอย่างเชื่องช้า ตอนนี้เพิ่งงอกออกมาได้แค่ครึ่งฝ่ามือ
แววตาเต็มไปด้วยความบ้าคลั่งอันสงบนิ่ง
ยังทำได้อีกครั้ง
ใช้เนื้อหนังทั้งหมดที่มี แล้วระเบิดเป็นครั้งสุดท้าย
นางก้าวขึ้นไปบนขอบหอสังเกตการณ์ มองลงไปเบื้องล่าง ใบหน้าที่เปื้อนคราบสกปรกและเลือดนั้นมีดวงตาสว่างวาบจนน่าหวาดหวั่น
“เจ้าแมวน้อย!” หญิงแมงป่องตกใจ รีบคว้าแขนข้างที่ยังสมบูรณ์ของหลินหมานไว้ “เธอ...เธอใจเย็นก่อน ยังไม่ถึงขั้นนั้นนะ อดทนอีกหน่อย บางทีอาจมีคนมาช่วยก็ได้....”
หลินหมานตอบด้วยน้ำเสียงนิ่งสงบ “ฉันใจเย็นดี รู้ว่าตัวเองกำลังทำอะไร”
หญิงแมงป่องไม่ค่อยเชื่อ “จริง...จริงเหรอ? งั้นลงมาคุยกับฉันก่อนสิ”
“แทนที่จะตายด้วยน้ำมือสัตว์ประหลาดเพราะแนวป้องกันแตก” น้ำเสียงของหลินหมานแผ่วช้าและบ้าคลั่ง “สู้ให้พวกเราเป็นฝ่ายลงมือเอง แล้วตายแบบยิ่งใหญ่ไปเลย....”
พูดจบ นางกางแขนออกท่ามกลางสายตาตื่นตะลึงของหญิงแมงป่อง ก่อนโน้มตัวทิ้งร่างลงสู่พื้น
กลิ่นเหม็นคาวจากตัวสัตว์ประหลาดพุ่งเข้าปะทะหน้า ทว่าในดวงตาของหลินหมานกลับไม่มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย
