เวลาไหลผ่านไปอย่างรวดเร็วท่ามกลางจังหวะบ้าคลั่งของการซื้อแล้วซื้ออีก
กระทั่งเหรียญทดสอบในมือพวกเขาถูกใช้ไปเกือบหมด แหวนมิติยัดของจนเต็มเอี้ยด เสียงแจ้งเตือนว่ารถไฟข้ามเขตมาถึงก็ดังขึ้นเหนือเมืองเฟิงซีในที่สุด
อาจารย์ป๋อเจินมาถึงแล้ว
พี่น้องทั้งสามพาเสวียนเย่ไปยังชานชาลา
เมื่อประตูรถไฟเลื่อนเปิดออก ป๋อเจินก็เดินฉับ ๆ ออกมาในชุดคลุมสีเทาที่ดูคล่องตัว
ผมยาวสีเขียวอ่อนของนางรวบไว้ด้านหลังอย่างเรียบง่าย แม้หว่างคิ้วจะเผยความเหนื่อยล้าจากการเดินทางไกล ทว่าสายตากลับเปล่งประกายอย่างผิดปกติ
“อาจารย์” ลู่ยวี่หวยยิ้มพลางโบกมือ
ป๋อเจินรีบเดินมาหาพวกเขา สายตากวาดมองทั้งสามคน เมื่อแน่ใจว่าทุกคนปลอดภัยดี น้ำเสียงของนางก็สั่นเครือเล็กน้อย “เสี่ยวหวย มู่อวิ๋น เสี่ยวหลี พี่สาวของข้า...”
“อาจารย์ป๋อชุ่ยอยู่ที่พักของพวกเรา ปลอดภัยดีครับ” เจียงมู่อวิ๋นปลอบเสียงเบา “พวกเราจะพาท่านไปเดี๋ยวนี้”
ทุกคนไม่ได้แวะอยู่บนถนนนานนัก แต่ตรงกลับไปยังเรือนเล็กที่เช่าไว้ทันที
เมื่อผลักประตูห้องเข้าไป ป๋อเจินก็เห็นร่างที่นอนนิ่งอยู่บนเตียงในทันที
เส้นผมสีเขียวมรกตแผ่สยายบนหมอน เค้าโครงใบหน้าคุ้นตาจนลมหายใจของนางชะงักไปชั่วขณะ
ป๋อเจินสาวเท้าช้าลง ราวกับกลัวว่าจะทำให้ความฝันเปราะบางแตกสลาย จึงค่อย ๆ เดินไปข้างเตียงอย่างระมัดระวัง
“พี่ใหญ่...” ดวงตาของป๋อเจินแดงก่ำขึ้นทันที น้ำตาเอ่อทะลักออกมาอย่างห้ามไม่อยู่
นางยื่นมือที่สั่นเทาไปกุมปลายนิ้วเย็นเฉียบของป๋อชุ่ยเบา ๆ
เมื่อสัมผัสได้ถึงชีพจรที่แผ่วเบาแต่สม่ำเสมอ ก้อนหินใหญ่ที่กดทับอยู่ในใจมานานหลายปีก็ร่วงลงในที่สุด
เจียงหลีเยว่ยืนอยู่ตรงประตู มองภาพตรงหน้าแล้วถอยออกไปเงียบ ๆ ก่อนจะปิดประตูให้
ในลานบ้าน ลู่ยวี่หวยนั่งบนม้านั่งหิน รินชาร้อนให้เจียงมู่อวิ๋นกับเจียงหลีเยว่คนละถ้วย
“ปล่อยให้อาจารย์อยู่เป็นเพื่อนพี่สาวให้เต็มที่เถอะครับ” ลู่ยวี่หวยกล่าวเสียงเบา
ราวหนึ่งชั่วโมงกว่า ป๋อเจินจึงเดินออกมาจากห้อง
ดวงตาของนางยังบวมแดงอยู่บ้าง แต่สีหน้าผ่อนคลายลงอย่างเห็นได้ชัด
