อากาศในเมืองเฟิงซีช่างสบาย ลมอ่อนพัดผ่านใบไม้ในลานบ้านจนเกิดเสียงซู่ซ่าแผ่วเบา
พี่น้องทั้งสามพักผ่อนอย่างสบายใจในลานเงียบสงบแห่งนี้อยู่สองวัน
อาจารย์ป๋อชุ่ยยังคงหลับสนิท ทว่าลมหายใจเริ่มสม่ำเสมอขึ้นมากแล้ว
อาจารย์ป๋อเจินส่งข้อความมาบอกว่ากำลังเดินทางมา รถไฟข้ามเขตต้องใช้เวลา 10 วันกว่าจะถึงเมืองเฟิงซี พวกเขาจึงมีเวลาว่างพอดีให้พักผ่อนกันเต็มที่
ตลอดสองวันนี้ เจียงหลีเยว่เอาแต่กิน ๆ ดื่ม ๆ แล้วก็ป้อนผลไม้พลังมรณะให้เสวียนเย่เป็นครั้งคราว
ส่วนลู่ยวี่หวยเอาแต่กอดแหวนมิติที่บรรจุเหรียญทดสอบไว้เต็ม แล้วคิดอย่างอารมณ์ดีว่าเหรียญทดสอบเหล่านี้เอาไปใช้ที่ไหนได้บ้าง
เจียงมู่อวิ๋นสรรหาสารพัดวิธีทำอาหารที่มีคุณสมบัติขั้นสูงให้น้องสาว ตั้งใจจะชดเชยพลังงานที่เธอเสียไปในเมืองจักรกลให้กลับคืนมาทั้งหมด
หลังจากพักผ่อนสองวัน สภาพของทั้งสามก็ฟื้นฟูกลับมาเต็มเปี่ยม
ยามบ่าย แสงแดดกำลังพอดี
เจียงหลีเยว่กอดเสวียนเย่นั่งอยู่ข้างโต๊ะกลมในลานบ้าน บนโต๊ะวางขนมที่เจียงมู่อวิ๋นเพิ่งทำไว้เต็มไปหมด
ลู่ยวี่หวยลากเก้าอี้มานั่ง มือยังโยนเหรียญทดสอบเล่นไปมา ก่อนจะเอ่ยด้วยรอยยิ้ม
“เหล่าเจียง เสี่ยวหลี ตอนนี้ต้นกำเนิดโลกที่พวกเรามีอยู่เรียกว่ามั่งคั่งมากทีเดียว” เขาชี้ไปที่แหวนมิติของเจียงหลีเยว่ “พอถึงเวลากลับลานอ้าวครั้งนี้ พวกเราก็เอาต้นกำเนิดทั้งหมดไปป้อนให้ต้นไม้ชีวิตต้นเล็ก กฎของลานอ้าวก็น่าจะซ่อมแซมได้อย่างสมบูรณ์”
เจียงหลีเยว่ยัดขนมชิ้นหนึ่งเข้าปากแล้วพยักหน้า พูดอู้อี้ว่า “อื้ม ถึงตอนนั้นก็ไม่ต้องกลัวผู้บุกรุกแล้ว”
