เช้าวันนั้นเจียงหลีเยว่ออกจากบ้านแต่เช้า กว่าจะรวบรวมวัตถุดิบครบก็เพิ่งผ่านเที่ยงมาไม่นาน เธอหยิบอาหารจากกระเป๋ามากินรองท้องพอเป็นพิธี จากนั้นก็พาซวงหลิงกับเสวียนเย่เข้าไปในฐานที่มั่น
ในฐานที่มั่นมีเพียงคนในครอบครัวอยู่
เจียงหลีเยว่ทิ้งกระดาษโน้ตแผ่นหนึ่งไว้ในห้องประชุม พร้อมกับซากแมลงและสัตว์กลายพันธุ์กองโตที่เธอสังหารมา—
【พี่ชาย วัตถุดิบพวกนี้ฉันไม่ได้ใช้ พี่กับพี่อวี่หวยลองดูนะว่ามีอะไรใช้ได้บ้าง ^^ —เสี่ยวหลี】
หลังวางโน้ตแผ่นนั้น เจียงหลีเยว่ก็ออกจากฐานที่มั่น แล้วลูบเสวียนเย่ที่มีขนนุ่มนิ่มน่าสัมผัสบนไหล่
“พวกเราจะออกเดินทางกันแล้วนะ”
เสวียนเย่ไม่ค่อยเข้าใจว่าทำไมเธอถึงดูอารมณ์ดี แต่ก็ให้ความร่วมมืออย่างยิ่งด้วยการแกว่งหางเรียวยาวฟูฟ่อง มันเกี่ยวคอเจียงหลีเยว่ไว้แล้วส่งเสียงร้องอู้อี้อย่างนุ่มนวล
คูลดาวน์ของก้าวพริบตาสุญญตาครบแล้ว
เจียงหลีเยว่สูดหายใจลึก
“ก้าวพริบตาสุญญตา”
ความมึนงงเล็กน้อยแล่นเข้าจู่โจม ภาพตรงหน้าพร่าเลือนไปชั่วขณะ ฉากเบื้องหน้าพลันเปลี่ยนจากทะเลทรายรกร้างที่เต็มไปด้วยโขดหินสีแดงฉาน กลายเป็นตึกรามสูงใหญ่เรียงราย
เธอยืนอยู่บนถนนที่คุ้นเคยอย่างยิ่ง ข้าง ๆ เป็นชุมชนที่เธอเคยอาศัยมาหลายปี ร้านค้าสองข้างทางปิดประตูสนิท นาน ๆ ครั้งจึงจะเห็นใครสักคนรีบร้อนเดินผ่านไป
เจียงหลีเยว่ไม่ได้เข้าไปในชุมชน แต่หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาส่งข้อความหาเหมียวครองโลก
【หลีเปียนเยว่: ฉันถึงเจียงเฉิงแล้ว ส่งตำแหน่งมาให้หน่อย】
เธอรออยู่หลายนาทีกว่าจะได้รับข้อความตอบกลับ
【เหมียวครองโลก: !!! มะ-มาเจียงเฉิงเร็วขนาดนี้เลยเหรอ เทพจันทรา....】
【เหมียวครองโลก: (ตำแหน่งที่ตั้ง)】
【เหมียวครองโลก: บ้านฉันอยู่ทางใต้ของเมือง เทพจันทราอยู่ที่ไหนเหรอ ตอนนี้รถเมล์กับรถไฟใต้ดินหยุดให้บริการหมดแล้ว ฉะ-ฉันขี่รถไฟฟ้าไปรับได้นะ】
