นี่คงเป็นผลกรรมจากการไปหยอกคนอื่นเมื่อคืนนี้กระมัง
เซินหลิงซู่คิดว่าเป็นชายวัยกลางคนคนนั้นแน่ ๆ ที่กำลังสาปแช่งเธอ
--
ถานเยว่โจวคิดแล้วคิดอีก พิมพ์คำด่าแล้วลบ ลบแล้วพิมพ์ใหม่ จนฟ้าสาง
เขาก็ยังคิดคำด่าที่สุภาพพอเหมาะไม่ออกสักคำ
อีกฝ่ายส่งประโยคนั้นมาแล้วก็ไม่ได้ส่งอะไรอีก เอาแต่ทรมานคนกันชัด ๆ
เขาลองซ้ำไปซ้ำมาหลายรอบ ทั้งลบเพื่อน ทั้งกดดู แต่ก็ไม่มีปฏิกิริยาแม้แต่น้อย
แย่จริง ๆ ดันมาเจอเจ้าตัวประหลาดน่ารำคาญนี่ในช่วงที่สมองกลเสียพอดี
ดีมาก ถูกอีกฝ่ายก่อกวนจนไม่ได้นอนทั้งคืน ถ้าอีกฝ่ายเป็นศัตรู ก็ถือว่าบรรลุเป้าหมายในการรบกวนการนอนที่เดิมทีก็ไม่ปกติของเขาแล้ว
“นอนไม่ค่อยหลับเหรอ งั้นไปพักสักหน่อยไหม” เหวินอี้หรานลุกขึ้นเดินเข้ามา ริมฝีปากคลี่ยิ้มอ่อนโยน เส้นผมสีป่านกับแว่นกรอบทองครึ่งกรอบทำให้เขาดูราวกับถูกฉาบด้วยแสงสีทองเมื่อยืนอยู่ตรงนั้น ศักดิ์สิทธิ์และไม่อาจล่วงเกิน
ราวกับเจ้าชายสูงศักดิ์ที่หลุดออกมาจากเทพนิยายกรีกโบราณ อ่อนโยนสง่างาม สูงส่งดุจหยก
ถานเยว่โจวขยี้หว่างคิ้ว รู้สึกว่าตัวเองบ้าไปแล้วจริง ๆ ถูกเจ้าตัวประหลาดทรมานอยู่ทั้งคืน รอเปลี่ยนสมองกลเครื่องใหม่แล้วค่อยลบทิ้งก็สิ้นเรื่อง
เขาพยักหน้า คิ้วและดวงตาคมลึกแฝงความเหนื่อยล้าที่ปิดไม่มิด ก่อนเดินไปยังห้องนอน
เหวินอี้หรานจ้องแผ่นหลังของเขาอย่างเหม่อลอยอยู่ครู่หนึ่ง รู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ชอบมาพากล หัวหน้าทีมเหมือนถูกอะไรรบกวนอยู่หรือเปล่า
เป็นเพราะสมองกลเสียอย่างนั้นหรือ
--
