ทั้งบ้านเงียบสงัด มีเพียงเสียงน้ำมันเดือดปุด ๆ ดังขาดห้วงมาจากห้องครัว ฟังแล้วชวนให้รู้สึกไม่สบายใจ
ยิ่งคิดว่าอาจกำลังทอดศพมนุษย์อยู่ ก็ยิ่งรู้สึกขยะแขยง
ซ่งสิงจื่อใช้กระดาษทิชชูเช็ดโต๊ะมันเยิ้มสามรอบก่อนจะวางมือลงไป ส่วนถังกั่วไม่ได้ใส่ใจเรื่องพวกนั้น แถมยังสำรวจโต๊ะอย่างละเอียด
ตามร่องโต๊ะมีคราบมันหนาเตอะ พื้นเต็มไปด้วยเศษเครื่องปรุงแห้งชิ้นเล็ก ๆ ผนังก็เหลืองเก่า ดูออกว่าร้านนี้เปิดมาหลายปีแล้ว
ไม่กี่นาทีต่อมา เสียงจากห้องครัวก็ดังถี่ขึ้น ปะปนกับเสียงมีดสับกระแทกทึบหนักหน่วง
ถังกั่วทำทีชวนคุย เอ่ยเสียงเนือย ๆ ว่า “เถ้าแก่ ร้านนี้เปิดมานานแค่ไหนแล้ว ดูเงียบเหงาจังนะ”
เสียงสับเนื้อในครัวพลันหยุดชะงัก
สองวินาทีต่อมา เสียงผู้ชายก็ดังออกมาอย่างอู้อี้ เจือความซื่อ ๆ อยู่เล็กน้อย “หลายปีแล้ว ร้านอยู่ในเขา ทำเลห่างไกล ลูกค้าเลยน้อย”
“มิน่าล่ะ ในอินเทอร์เน็ตถึงไม่มีรีวิวสักอัน” ถังกั่วหัวเราะเบา ๆ น้ำเสียงสบาย ๆ “ฉันกับเพื่อนตั้งใจแวะมากินอาหารพื้นเมืองยูนนาน ได้ยินว่าเนื้อที่ร้านคุณเป็นของแท้ ทั้งหมดเป็นของป่าเหรอ”
ห้องครัวเงียบไปชั่วขณะอีกครั้ง
“อืม ของจากบนเขา”
หว่างคิ้วของซ่งสิงจื่อขมวดเข้าหากันแทบสังเกตไม่เห็น
ประสาทรับกลิ่นของเขาไวกว่าใครทั่วไปมาก การชันสูตรศพหลากหลายประเภทอยู่เป็นประจำและแยกแยะกลิ่นเน่าเปื่อยของศพ ทำให้เขาไวต่อกลิ่นผิดปกติแทบจะเป็นสัญชาตญาณ
ใต้กลิ่นของทอดเข้มข้นที่อบอวลอยู่ในอากาศ ซ่อนกลิ่นคาวหวานจาง ๆ ของเนื้อเยื่ออ่อนมนุษย์ที่ถูกย่างไว้
