ถังกั่วครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยว่า “ขอกำลังตำรวจจากเบื้องบนไปช่วยที่ภูเขาเถาจื่อ เดินสอบถามและบันทึกปากคำทีละบ้าน”
เฉียวซือหนัวขมวดคิ้วอย่างกังวล “แต่ทำแบบนี้จะไม่ทำให้ฆาตกรระแวงหรือคะ?”
ถังกั่วยิ้ม “ฉันตั้งใจจะกวนให้งูตื่นต่างหาก ให้ฆาตกรรู้ว่าตำรวจให้ความสำคัญกับคดีนี้มาก และจะเร่งสืบสวนอย่างเต็มที่ พอคนตกใจลนลาน ก็ต้องเผยพิรุธออกมาแน่”
เธอหยุดไปครู่หนึ่งแล้วพูดต่อ “อีกอย่าง จนถึงตอนนี้เรายังไม่พบโทรศัพท์ บัตรประชาชน หรือข้าวของของผู้เสียชีวิตเลย แสดงว่าของพวกนั้นยังอยู่ในมือฆาตกร ถ้าเธอคิดจะทำลาย ก็ต้องลงมือทำอะไรสักอย่าง”
เธอหยุดไปครู่หนึ่งแล้วพูดต่อ “แล้วก็ให้เหยียนถุนอยู่ที่นี่ไปก่อน เขาอาจไม่ได้พูดความจริงทั้งหมด”
เฉียวซือหนัวพยักหน้า “หนูเข้าใจแล้วค่ะ”
ทางหลินเฟิง แม้จะมีภาพสเกตช์ช่วยคัดกรองได้ง่ายขึ้น แต่ภาพนั้นวาดขึ้นจากคำบอกเล่า ยังไงก็ต้องต่างจากตัวจริงอยู่บ้าง หลังคัดกรองไปแล้วจึงยังเหลือผู้ต้องสงสัยห้าคน
ถังกั่วกำลังจะโทรหากู้ไค้ บอกให้พวกเขาหยุดตรวจสอบโรงพยาบาลจักษุก่อน แล้วไปตรวจสอบคนทั้งห้าที่คัดกรองได้แทน
แต่ยังไม่ทันได้โทรออก ซ่งสิงจื่อก็ถือรายงานฉบับหนึ่งวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามา เพราะวิ่งมาเร็วเกินไป เขาจึงยังหอบอยู่
เขาพูดว่า “ผม...ผมเอาเลือดของผู้เสียชีวิตไปตรวจดีเอ็นเอ พบ...พบว่าผู้เสียชีวิตมีกรุ๊ปเลือดอาร์เอชลบที่หายากมาก หรือที่เรียกกันว่าเลือดหมีแพนด้าครับ!”
มือที่ถือโทรศัพท์ของถังกั่วชะงักค้างกลางอากาศ แววตาเปล่งประกายขึ้นมาทันที
