“ขอบคุณคุณเหวินที่สละเวลานะคะ ถ้าหลังจากนี้มีข้อสงสัยอะไรเพิ่มเติม ก็บอกพวกเราได้ทุกเมื่อเลยค่ะ”
ตอนนี้เหวินซินเยว่มีสีหน้าเลื่อนลอย ราวกับไม่ได้ยินว่าถังกั่วพูดอะไร
ตอนเดินออกไป เธอก้าวเท้าโซเซแทบจะชนคนอื่นอยู่แล้วก็ยังไม่สน เดินพุ่งชนิดไม่มองซ้ายขวาออกไปด้านนอก ถังกั่วมองตามพลางขมวดคิ้ว แล้วส่งเสียงจิ๊จ๊ะ “ผู้ชายคนหนึ่งทำลายชีวิตผู้หญิงไปทั้งชีวิต ตอนนี้คนก็ตายไปแล้ว ตามกฎหมายเหวินซินเยว่ยังไม่ได้อะไรเลยสักอย่าง”
ซ่งสิงจื่อขยี้ตาแล้วจู่ ๆ ก็ถามว่า “คุณคิดว่าเหวินซินเยว่ไม่รู้อะไรเลยหรือ”
ถังกั่วเลิกคิ้ว มองเขาอย่างไม่เข้าใจ “คุณสังเกตเห็นอะไรหรือ”
“ผมเป็นแค่หมอชันสูตร สิ่งที่เดาอาจไม่แม่น แต่เมื่อครู่เหวินซินเยว่แสดงท่าทีรุนแรงเกินไป จงใจเกินไป เหมือนแสดงออกมาอย่างตั้งใจ แววตาเธอไม่มีความตกใจเลยสักนิด ราวกับรู้เรื่องนี้มานานแล้ว”
ถังกั่วก้มหน้าทบทวนทุกอิริยาบถของเหวินซินเยว่เมื่อครู่ ตอนแรกเธอร้องไห้สะอึกสะอื้นและอดกลั้นไว้ พอรู้รสนิยมทางเพศของซุนเยว่ก็เดือดดาลจนเสียอาการ อารมณ์ปะทุรุนแรงและฉับพลัน
“พอคุณพูดแบบนี้แล้ว ก็รู้สึกไม่ชอบมาพากลจริง ๆ”
ถังกั่วใช้นิ้วลูบคาง คิ้วขมวดแน่น “ตั้งแต่ต้นจนจบเธอไม่มีท่าทีตะลึงหรืองุนงงแม้แต่น้อย ความรู้สึกเหมือนถูกกระแทกอย่างแรงแบบนั้น ดูเหมือนเธอเตรียมใจไว้ล่วงหน้าแล้ว”
ซ่งสิงจื่อดูเหมือนจะไม่ค่อยชินกับการไม่สวมแว่น จึงขยี้หว่างคิ้ว “คนเราพอรู้ว่าคู่ชีวิตปกปิดความสัมพันธ์ลับมานานหลายปี ปฏิกิริยาแรกควรเป็นความงุนงงหรือไม่อยากเชื่อ ไม่ใช่เกลียดขึ้นมาในทันที ความโกรธของเธอปะทุเร็วเกินไป ความอับอายกลบความตกใจเสียมิด ดูคล้ายอารมณ์ที่สะสมมานาน ในที่สุดก็หาเหตุระบายออกมาได้”
