ถังกั่วเห็นว่าอารมณ์ของเธอแปรปรวนไม่น้อย จึงหันไปรินน้ำอุ่นมาหนึ่งแก้วแล้วยื่นให้ตรงหน้า พยายามใช้น้ำเสียงอ่อนโยนที่สุด “คุณเหวิน เรารู้ว่าตอนนี้คุณคงยอมรับได้ยาก แต่มีคำถามสำคัญอยู่สองสามข้อที่ต้องขอคำยืนยันจากคุณ รบกวนให้ความร่วมมือด้วยนะคะ”
เหวินซินเยว่พยักหน้าช้า ๆ ยกมือเช็ดน้ำตาที่เอ่ออยู่ตรงหางตา “ถามมาเถอะค่ะ เรื่องที่ฉันรู้ ฉันจะเล่าให้หมด”
ถังกั่วไม่อ้อมค้อม ถามตรง ๆ ว่า “คุณกับซุนเยว่แต่งงานกันเมื่อไหร่ ได้ไปจดทะเบียนสมรสกันหรือเปล่า”
พอได้ยินคำถามนี้ เหวินซินเยว่ก็ชะงักแข็งทื่อไปทั้งตัว เธอก้มหน้ามองหลังมือตัวเองอย่างเศร้าสร้อย นิ้วโป้งกับนิ้วชี้ข้างขวาคอยขยี้เนื้อหลังมือ เงียบไปนานก่อนจะเอ่ยว่า “จัดงานแต่งเมื่อสองปีก่อนค่ะ แต่ไม่ได้จดทะเบียน เขาบอกว่าธรรมเนียมบ้านเขาคือต้องมีลูกก่อน แล้วค่อยจัดงานแต่ง”
ถังกั่วอดพูดไม่ได้ “เขาพูดแบบนั้น คุณก็เชื่อเหรอ”
เหวินซินเยว่เม้มปาก “ฉันรู้ว่าการตัดสินใจแบบนี้ค่อนข้างโง่ แต่ปกติเขาดีกับฉันมาก แล้วทางบ้านเขาก็มีฐานะดีมาก ส่วนฉันมาจากชนบท กว่าจะสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ก็ลำบาก แถมสาขาที่เรียนก็หางานยาก...”
ถังกั่วเข้าใจขึ้นมาทันที
ในใจเธอสาปแช่งซุนเยว่ไปอีกคำว่า ไอ้สารเลว!
ถึงกับหลอกผู้หญิงมาเป็นภรรยาหลอกของผู้ชายรักร่วมเพศ!
ซ่งสิงจื่อที่ยืนอยู่ข้าง ๆ เห็นว่านิ้วนางข้างซ้ายของเธอไม่มีแหวน จึงเอ่ยถามเรียบ ๆ ว่า “ปกติคุณไม่ใส่แหวนแต่งงานเหรอครับ แล้วสามีคุณล่ะ”
เหวินซินเยว่เงยหน้าขึ้นอย่างตกใจ “แหวนแต่งงานอะไรคะ เราไม่เคยซื้อแหวนแต่งงานกันเลย”
