ถังกั่วหยิบภาพศพจากที่เกิดเหตุซึ่งเก็บสะสมไว้ในโทรศัพท์ออกมาให้จี้เทียนดูทีละภาพ จี้เทียนตกใจจนหน้าซีดเผือด
เธอมองถังกั่วตาแดงก่ำ อีกฝ่ายยังคงตื่นเต้นยื่นภาพศพให้ดู ก่อนจะสะอื้นถามว่า “พี่...พี่กำลังชวนหนูเปลี่ยนอาชีพอยู่หรือเปล่าคะ?”
ถังกั่วชะงักไปอย่างงุนงง “ทำไมถึงคิดแบบนั้นล่ะ?”
ซ่งสิงจื่อที่กำลังทำงานอยู่ได้ยินเช่นนั้นก็เงยหน้าขึ้นมอง ก่อนจะยิ้มแล้วพูดว่า “น้องเขาคิดว่าคุณเอาศพมาขู่ เพราะอยากไล่เธอไปน่ะสิ”
ถังกั่วเบิกตากว้างทันที รีบโบกมือให้จี้เทียน “ฉันไม่ได้คิดแบบนั้นสักหน่อย! แค่อยากให้เธอกล้าขึ้นอีกหน่อย จะได้ไม่กลัวตอนเห็นศพจริง ๆ ไม่อย่างนั้นสุดท้ายก็ต้องเปลี่ยนอาชีพอยู่ดีไม่ใช่เหรอ?”
เมื่อรู้ว่าถังกั่วไม่ได้มีอคติกับเธอ จี้เทียนก็โล่งอก เธอเช็ดน้ำตาพลางยิ้มส่ายหน้า “หนูไม่เปลี่ยนอาชีพหรอกค่ะ ความฝันของหนูคือการเป็นหมอชันสูตรที่เก่งกาจ ถึงจะกลัว แต่หนูก็จะตั้งใจช่วยทวงความยุติธรรมให้ผู้เสียชีวิตทุกคนค่ะ”
เห็นเธอเป็นแบบนั้น ถังกั่วก็อดยกมือขึ้นลูบหัวไม่ได้ “ไม่คิดเลยว่าเธอจะมีความมุ่งมั่นขนาดนี้ ฉันชอบ!”
เธออยู่ต่ออีกราวหนึ่งชั่วโมง คาดว่าเซียชวนน่าจะกลับไปแล้ว จึงกลับเข้าห้องทำงานตามลำพัง
แต่พอเปิดประตูเข้าไป เซียชวนยังนั่งอยู่ที่โต๊ะประชุม ไม่มีใครสนใจเขาเลย
มีเพียงเว่ยรั่วเฟยที่จ้องเขาด้วยสายตาไม่เป็นมิตร
พอเห็นถังกั่วกลับมา เซียชวนก็ลุกขึ้นทันทีพร้อมรอยยิ้ม “คุณถัง!”
ถังกั่วรู้สึกกดดันขึ้นมาอย่างกะทันหัน
