ซ่งสิงจื่อเงยหน้าขึ้น เห็นความลังเลในดวงตาของถังกั่ว จึงเอ่ยเตือนเสียงอ่อนโยน
“ตามระเบียบ คุณต้องยื่นคำร้องขอการหลีกเลี่ยงคดี ถ้ามีความคืบหน้าอะไร ฉันจะรีบบอกคุณทันที”
แววหม่นหมองวาบผ่านดวงตาของถังกั่ว เธอพยักหน้า “ฉันเข้าใจ พวกคุณทำงานต่อเถอะ”
พอเดินออกจากบ้าน เธอก็ดึงกู้ไค้ไปยังมุมทางเดิน แล้วกระซิบว่า “ถังจื้อหมิงเป็นพ่อแท้ ๆ ของฉัน ถึงฉันกับเขาจะไม่ได้อยู่ในทะเบียนบ้านเดียวกัน แต่ตามระเบียบฉันต้องยื่นคำร้องขอการหลีกเลี่ยงคดี ฉันเข้าร่วมสืบสวนคดีนี้โดยตรงไม่ได้แล้ว”
กู้ไค้เบิกตากว้างทันที ก่อนชี้ไปยังคนในบ้าน “งั้นผู้เสียชีวิตคือ...”
ถึงจะไม่อยากยอมรับ แต่ถังกั่วก็ยังอธิบายตามตรง “เป็นแม่เลี้ยงกับน้องสาวต่างบิดา คดีนี้คุณรับผิดชอบต่อทั้งหมด”
กู้ไค้ขมวดคิ้ว “แต่หัวหน้าถัง...”
ถังกั่วยกมือห้ามไม่ให้เขาพูดต่อ “จัดคนไปโรงพยาบาลเพื่อบันทึกคำให้การเถอะ ฉันจะไปยื่นคำร้องขอการหลีกเลี่ยงคดีกับผู้บังคับบัญชา”
พูดจบ เธอก็หยิบโทรศัพท์ออกมาโทรหาผู้บังคับบัญชาโดยตรงทันที
ผู้บังคับบัญชาปลายสายฟังคำอธิบายของเธอจบก็แสดงความเข้าใจ แต่ก็ไม่ได้ให้ถังกั่วถอนตัวจากคดีนี้ทั้งหมด เพียงสั่งให้เธอไปสอบถามข้อมูลจากคนในพื้นที่ โดยไม่ต้องเข้าไปเกี่ยวข้องกับผู้เสียหายก็พอ
หลังวางสาย ถังกั่วก็เอ่ยลาสั้น ๆ กับกู้ไค้ แล้วเตรียมตัวกลับ
ก่อนจะไป เธอยังอดเหลือบมองที่เกิดเหตุอีกครั้งไม่ได้
ถึงผู้เสียหายจะมีความสัมพันธ์กับเธอซับซ้อนเพียงใด แต่เธอก็เป็นตำรวจ ความเคยชินจากอาชีพทำให้เธออดวิเคราะห์ไม่ได้
