ก่อนกลับถึงสถานีตำรวจ ถังกั่วกดโทรศัพท์หาซ่งสิงจื่อ
“ตอนนี้ไป่เสี่ยวเจินยังอยู่ที่โรงพยาบาลเพื่อสังเกตอาการ เธอใช้เรื่องสภาพจิตใจได้รับผลกระทบเป็นข้ออ้างเพื่อหลีกเลี่ยงการสอบสวน คุณมาที่นี่ได้ไหม ไม่ต้องตรวจบาดแผล แค่ช่วยสังเกตอาการของเธอ ตอนนี้ฉันสงสัยว่าเธออาจจงใจเสแสร้งอยู่”
ซ่งสิงจื่อเงียบไปชั่วครู่ที่ปลายสาย
“ผมเป็นหมอชันสูตรด้านวัตถุพยานและพยาธิวิทยา เรื่องสภาพจิตใจ ผมทำได้แค่สังเกตพฤติกรรมเบื้องต้นเท่านั้น สุดท้ายต้องยึดผลการประเมินทางจิตเวชตามกระบวนการยุติธรรมเป็นหลัก ความเห็นของผมใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงให้คุณได้ แต่ใช้เป็นหลักฐานไม่ได้”
ถังกั่วพูดว่า “ฉันเข้าใจ เพียงแต่ตอนนี้เรายังเอาคำให้การไม่ได้ ต้องหาทางแยกแยะให้ได้”
“ผมจะไปเดี๋ยวนี้”
หลังวางสาย ถังกั่วก็เงยหน้ามองเจ้าถั่วน้อยทันที แล้วพูดเสียงเบาว่า “พี่ไค้พาเจ้าถั่วน้อยกลับไปก่อนนะ ฉันจะไปโรงพยาบาลเพื่อไปสมทบกับซ่งสิงจื่อ ส่วนซือหนัวกลับไปสอบสวนชุยจิ้นรอบสองกับหลินเฟิง”
ทั้งสองพยักหน้า
เมื่อไปถึงห้องผู้ป่วย ไป่เสี่ยวเจินกำลังขดตัวอยู่บนเตียง หันหลังให้ประตู ไหล่สั่นน้อย ๆ ไม่หยุด พลางสะอื้นเสียงเบา
พยาบาลยืนเฝ้าอยู่ข้าง ๆ บอกว่าเธอเป็นแบบนี้เกือบตลอด พอถามถึงลูกสาวก็จะตัวสั่นไปทั้งตัว บอกว่าจำอะไรไม่ได้เลย
ถังกั่วเดินอย่างเงียบเชียบ แล้วยกมือส่งสัญญาณให้ซ่งสิงจื่ออย่าส่งเสียง ซ่งสิงจื่อจึงยืนอยู่ด้านหลังเธอ คอยสังเกตคนบนเตียงเงียบ ๆ พร้อมจดบันทึกปฏิกิริยาทางร่างกายทั้งหมดของเธอ
