กล้ามเนื้อบนใบหน้าอู่ซงโชวกระตุกอย่างควบคุมไม่ได้ แต่เขาก็ต้องบังคับตัวเองให้สงบลง อยากยิ้มแต่กลับฝืนยิ้มออกมาอย่างน่าเกลียด
เขาพูดว่า “เจ้าหน้าที่ตำรวจ ผมไม่รู้ว่าคุณกำลังพูดอะไร ผมไม่ได้ฆ่าใครนะ”
ถังกั่วยิ้มพลางหยิบโทรศัพท์เครื่องหนึ่งออกมา เป็นโทรศัพท์ของอู่ซงโชวเอง
“เราไม่พบโทรศัพท์ของผู้ตาย แต่เรากู้ข้อมูลจากโทรศัพท์ของคุณได้ ก่อนเกิดเหตุ คุณเป็นคนนัดผู้ตายไปที่จุดสูบบุหรี่”
เธอเว้นไปครู่หนึ่งแล้วพูดต่อ “คุณไม่ได้ลงมือเองจริง ๆ”
กู้ไค้รับช่วงพูดต่อว่า “แต่ตามประมวลกฎหมายอาญาของประเทศเรา มาตรา 29 ผู้ยุยงให้ผู้อื่นกระทำความผิดต้องรับโทษเช่นเดียวกับผู้ร่วมกระทำความผิด ส่วนมาตรา 232 ระบุว่า การฆ่าผู้อื่นโดยเจตนามีโทษประหารชีวิต จำคุกตลอดชีวิต หรือจำคุกตั้งแต่สิบปีขึ้นไป”
ถังกั่วชูนิ้วโป้งให้กู้ไค้ ก่อนจะสบตาอู่ซงโชวอีกครั้งแล้วพูดตรง ๆ ว่า “เห็นได้ชัดว่าคุณเป็นตัวการใหญ่ เป็นผู้กระทำความผิดหลักในคดีฆาตกรรมครั้งนี้ และจะได้รับโทษหนักขึ้น พูดง่าย ๆ ก็คือ คุณเท่ากับฆ่าคนโดยเจตนา”
อู่ซงโชวจ้องเธอด้วยดวงตาแดงก่ำ ริมฝีปากเม้มแน่น พยายามฝืนทำสีหน้าผ่อนคลาย “คุณมีหลักฐานอะไรที่บอกว่าผมเป็นคนยุยง?”
“ฉันเดาไว้อยู่แล้วว่าคุณต้องไม่ยอมรับ คุณคิดว่าหาคนใกล้ตายมาฆ่าคนแทน แล้วให้เขารับผิดทุกอย่าง คุณก็จะอยู่อย่างสบายใจได้ใช่ไหม? แต่ถ้าเราบอกเขาว่า ต่อให้เขารับผิดแทนคุณ คุณก็ยังต้องเข้าคุกอยู่ดี ส่วนภรรยาของเขาก็จะไม่ได้รับการรักษา เขายังจะช่วยคุณอีกไหม?”
ถังกั่วมองตาเขาแล้วเลิกคิ้ว แววตาเต็มไปด้วยความมั่นใจ ราวกับชัยชนะอยู่ในกำมือแล้ว
ภาพนั้นทำให้อู่ซงโชวกระวนกระวายใจ เขามองเธออย่างหวาดผวา
