“คุณกับเจิงเคอเป็นสามีภรรยากันใช่ไหมคะ”
พอได้ยินชื่อเจิงเคอ หญิงสาวก็เงยหน้าขึ้นทันที ถามด้วยความเป็นห่วงว่า “สามีฉันเป็นอะไรหรือคะ เขาเกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือเปล่า”
เธอหวาดกลัวจนมือทั้งสองข้างบีบกันแน่น ขอบตาแดงก่ำ
ถังกั่วยกมือขึ้นปลอบทันที “ตอนนี้เขาอยู่ที่สถานีตำรวจของเราอย่างปลอดภัย ไม่มีปัญหาอะไรทั้งนั้นค่ะ แค่อยากมาถามคุณเรื่องบางอย่าง”
คำพูดของถังกั่วคลุมเครือ หญิงสาวจึงไม่อาจวางใจได้
แต่เธอเป็นผู้หญิงคนเดียวที่ต้องเผชิญหน้ากับตำรวจสองนาย นอกจากทำตามแล้วก็ไม่มีทางเลือกอื่น
เธอจึงร้องไห้พลางนั่งลง “เขาเป็นสามีฉันค่ะ”
ถังกั่วพยักหน้า แล้วมองซ่งสิงจื่อแวบหนึ่ง ซ่งสิงจื่อหยิบโทรศัพท์ออกมาอัดเสียง
“เขารักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลประชาชนเต๋อหงมานานแค่ไหนแล้วคะ”
น้ำตาของหญิงสาวไหลพราก เธอกอดแขนตัวเองแน่นราวกับกำลังระแวดระวัง “ปีหนึ่งแล้วค่ะ แต่เขาเป็นระยะสุดท้าย พวกเราก็ไม่มีเงินแล้ว เลยได้แต่ยอมแพ้...”
พูดไปพลางมองพื้นไปพลาง ก่อนจะกลั้นเสียงร้องไห้ไม่อยู่ “ชีวิตฉันช่างลำบากเหลือเกิน อยู่มาอย่างนี้แล้ว พอแต่งงานกับผู้ชายก็ยังต้องเจอเรื่องแบบนี้อีก สวรรค์ไม่ยุติธรรมเลย”
ถังกั่วฟังด้วยสีหน้าเรียบเฉย ก่อนถามต่อว่า “เขารู้จักอู่ซงโชวไหมคะ”
หญิงสาวชะงัก เงยหน้ามองเธอ ขยับริมฝีปากแล้วพยักหน้า “รู้จักค่ะ”
“สนิทกันไหมคะ”
หญิงสาวส่ายหน้า “เขาเป็นหมอประจำแผนกในโรงพยาบาลใหญ่ จะมาสนิทกับคนอย่างพวกเราได้ยังไงคะ”
ทันทีที่คำพูดจบลง บ้านดินเตี้ย ๆ มืดสลัวก็เงียบไปชั่วขณะ
ถังกั่วกำชามเคลือบเก่าคร่ำคร่าไว้ น้ำเสียงผ่อนลงอย่างราบเรียบ ไม่มีแววกดดันแม้แต่น้อย “ในเมื่อรู้จักกัน งั้นเล่าให้ฟังหน่อยสิคะว่าพวกเขารู้จักกันได้ยังไง เจอกันกี่ครั้ง”
