เธอถอนหายใจ “ตรวจสอบข้อมูลส่วนตัวของสามีภรรยาคู่นี้ก่อน รอซือหนัวกลับมาแล้วค่อยรวบรวมข้อมูลกัน”
พูดจบ เธอก็เงยหน้าขึ้นมองโทรศัพท์ทันที ขมวดคิ้ว “ทำไมฝั่งซ่งสิงจื่อถึงยังชันสูตรไม่เสร็จอีกนะ?”
ตามหลักแล้ว แค่บาดแผลจากการตกตึก ไม่น่าจะต้องใช้เวลาตรวจนานขนาดนี้นี่?
หรือว่า...เด็กคนนั้นจะมีบาดแผลอื่นอีก?
ขณะนี้ภายในห้องชันสูตร ซ่งสิงจื่อสวมถุงมือสีขาว มือหนึ่งกดศีรษะของชุยอวี่ม่อไว้ อีกมือถือคีมเล็ก ค่อย ๆ ดึงเข็มเล่มหนึ่งออกจากกะโหลกของเด็กอย่างนุ่มนวล
จากนั้นเขาก็โยนมันลงในถาดเหล็กข้าง ๆ ซึ่งมีเข็มแบบเดียวกันอยู่แล้วสามสี่เล่ม
จี้เทียนเห็นแล้วใจหายวาบ เข็มทุกเล่มเปื้อนเลือดแดงฉาน เธอหลับตา หันหน้าหนีด้วยความทนดูไม่ไหว
ร่างเล็ก ๆ นี้ต้องผ่านความเจ็บปวดมามากแค่ไหนกันนะ?
กว่าซ่งสิงจื่อจะดึงเข็มเล่มสุดท้ายออกจากร่างของเธอได้ แม้แต่หมอชันสูตรอย่างเขาก็ยังอดถอนหายใจยาวไม่ได้ ก่อนใช้แขนเสื้อเช็ดเหงื่อบนหน้าผาก
เขาพูดกับจี้เทียนด้วยน้ำเสียงอ่อนแรง “ส่งเข็มพวกนี้ไปตรวจให้หมด”
จี้เทียนมองเข็มในถาดเหล็กด้วยขอบตาแดงก่ำ เข็มเหล่านั้นดูเหมือนเข็มปักผ้าทั่วไป ทั้งยังเรียวเล็กมาก
“อาจารย์...ทำไมถึงมีคนใจร้ายกับเด็กได้ขนาดนี้คะ?”
พูดพลาง เธอก็มองไปยังร่างของเด็ก ร่างของชุยอวี่ม่อบิดเบี้ยวอยู่บ้างเพราะตกลงมาจากที่สูง แต่บนผิวหนังก็ยังมีบาดแผลที่เห็นได้ชัดว่าไม่ได้เกิดจากการตกตึก
