ถังกั่วยิ้มแล้วกดดันต่อ “ตอนนั้นคุณไม่ได้ดูแลแมว ฉันเข้าใจได้ แต่ตลอดทั้งบ่าย คุณไม่กังวลเลยหรือว่าแมวกับลูกของคุณจะไปอยู่ที่ระเบียง?”
ชุยจิ้นกุมหัว ร้องออกมาอย่างเจ็บปวด “เป็นความผิดของฉันเอง ทั้งหมดเป็นความผิดของฉัน!”
ถังกั่วมองเขาคลุ้มคลั่งอย่างเยือกเย็น ก่อนจะถามขึ้นมาอย่างกะทันหัน “ประตูเปิดตอนบ่าย แต่คุณบอกว่าทำงานล่วงเวลาจนดึก งั้นขอถามหน่อย คุณกลับถึงบ้านตอนไหนกันแน่?”
กู้ไค้พูดเสียงขรึม “คุณชุย คำให้การของคุณขัดแย้งกันเอง กรุณาคิดให้ดีก่อนตอบ”
แต่หลังจากได้ยินคำพูดนี้ ชุยจิ้นก็เหมือนพังทลายลงด้วยความสิ้นหวัง เขานั่งเหม่อมองไปยังจุดหนึ่ง น้ำตาไหลเงียบ ๆ ปากก็พร่ำเรียก “ม่อม่อ เป็นความผิดของพ่อเอง…พ่อขอโทษนะ ม่อม่อ…”
ไม่ว่าพวกเขาจะถามอะไรต่อ เขาก็อยู่ในสภาพเช่นนี้
กู้ไค้เริ่มหงุดหงิดขึ้นมา
ตอนเดินออกไป เขาจ้องประตูห้องสอบสวนอย่างไม่พอใจ “ขนาดลูกสาวตัวเองยังปกป้องไม่ได้ ยังจะเรียกตัวเองว่าผู้ชายได้อีกหรือ?”
ถังกั่วตบหลังเขาเบา ๆ เพื่อให้เขาใจเย็นลง
เธอรู้ว่าเขาอินกับคดีนี้มาก จึงไม่พูดสิ่งที่ตัวเองสงสัยออกไปให้ยิ่งกระตุ้นอารมณ์เขา
“กลับไปดูทางนั้นก่อนเถอะ บางทีพวกเขาอาจเจออะไรเข้าก็ได้”
ระหว่างทางกลับ ถังกั่วถามว่า “ทางไป่เสี่ยวเจินฟื้นหรือยัง?”
กู้ไค้มองหน้าจอโทรศัพท์แล้วส่ายหน้า “บอกว่ายังมึน ๆ อยู่ ไม่ได้สติ”
ถังกั่วพยักหน้าเบา ๆ พร้อมขมวดคิ้ว
ตอนกลับถึงสำนักงาน มีเพียงเว่ยรั่วเฟยอยู่ที่นั่น เขาบอกว่าได้ภาพจากกล้องวงจรปิดมาแล้ว
