“ไปเที่ยวตอนนี้เหรอ?”
ความสงสัยในใจของถังกั่วยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น
คดีนี้พวกเขาระบุตัวผู้ต้องสงสัยได้เร็วกว่าคดีที่ผ่านมา มีคนที่น่าสงสัยอยู่แค่สองคน
แต่ตกลงเป็นสามีหรือภรรยากันแน่?
หรือทั้งคู่จะร่วมมือกันลงมือ?
รอยเข็มบนศีรษะกับบาดแผลตามตัวของเด็ก คนที่ดูแลเด็กอยู่ทุกวันไม่มีทางไม่สังเกตเห็น...
หรือจะเป็นแม่ของเด็ก?
ชุยจิ้นเป็นผู้ชาย ขอแค่เด็กใส่เสื้อแขนยาวกับกระโปรงยาว ปิดบังบาดแผลเอาไว้ เขาก็ไม่มีทางรู้ว่าเด็กต้องเจอกับอะไรบ้าง
อีกอย่าง ไป่เสี่ยวเจินเป็นแม่บ้าน มีเวลาลงมือ
แต่แรงจูงใจล่ะ?
เด็กคนนั้นเป็นลูกที่เธออุ้มท้องสิบเดือนคลอดออกมาเอง
เธอถามอีกว่า “ไป่เสี่ยวเจินฟื้นหรือยัง?”
กู้ไค้พยักหน้า “เรียกตัวเธอมาสอบปากคำที่สถานีแล้ว น่าจะใกล้ถึงแล้ว”
ระหว่างที่พูดกัน ซ่งสิงจื่อก็นำรายงานชันสูตรมาส่ง
เขาถอดถุงมือที่เหน็บอยู่ในกระเป๋าออก แต่สีหน้ายังคงเคร่งขรึม
“รายงานชันสูตรของชุยอวี่ม่อ”
ถังกั่วรับมาเปิดดูสองหน้า ก็เริ่มรู้สึกคลื่นไส้ เนื้อหาไม่ต่างจากสิ่งที่เธอเพิ่งเห็นเมื่อครู่ จึงหันไปส่งให้กู้ไค้
ถังกั่วหันไปมองซ่งสิงจื่อ “ขอบคุณที่ลำบากนะ”
ซ่งสิงจื่อส่ายหน้า เอ่ยเสียงขรึม “เด็กคนนั้นน่าสงสาร พวกคุณต่างหากที่ต้องลำบาก”
เฉียวซือหนัวกำลังจะหยอกว่าไม่ต้องชมกันไปชมกันมาขนาดนั้นก็ได้
แต่พอเห็นเนื้อหาในรายงานชันสูตร มุกตลกทั้งหมดก็พลันหายไป เหลือเพียงความเวทนาและความโกรธแค้นที่มีต่อเด็กคนนั้น
มือที่กู้ไค้กำรายงานชันสูตรสั่นเทา สีหน้าของเขาดูย่ำแย่ลง
