ถังกั่วมองนามบัตรในมือด้วยสีหน้าเรียบเฉย
นามบัตรออกแบบอย่างซับซ้อน ดูหรูหราเป็นพิเศษ
แต่พออ่านจบ ถังกั่วก็วางมันลงบนโต๊ะแล้วพูดว่า “คุณจะให้ฉันลงทุนในสำนักงานทนายของคุณเหรอ ฉันไม่มีเงิน”
เซียชวนชะงักไป เห็นได้ชัดว่าไม่ทันคิดว่าถังกั่วจะพูดแบบนี้ ก่อนจะหัวเราะขึ้นมา “คุณถังนี่อารมณ์ขันดีจริง ๆ ผมนึกว่าตำรวจจะเคร่งขรึมกว่านี้เสียอีก”
ในที่สุดถังจื่อหาวก็ชงชาเสร็จ เขาเดินเลี่ยงรัศมีการโจมตีของพี่สาวอย่างระมัดระวังเพื่อยกชาไปเสิร์ฟ พลางรินชาไปพลางบอกเซียชวนว่า “ชาผู่เอ๋อร์ชั้นดี ลองชิมดูให้ละเอียดนะครับ”
เซียชวนตอบรับซ้ำ ๆ ก่อนยกถ้วยชาขึ้นจิบหนึ่งคำ
จากนั้นดวงตาก็เป็นประกาย เขาหันไปมองถังกั่ว “ชาดีจริง ๆ ครับ คุณถังชอบดื่มชาเหรอ”
ถังกั่วยิ้มแห้ง ๆ แล้วส่ายหน้า “ฉันชอบดื่มเหล้า”
ถังจื่อหาวเบิกตาโตทันที หันไปขยิบตาส่งสัญญาณให้ถังกั่ว ราวกับเธอพูดอะไรผิดไป
แน่นอนว่าถังกั่วไม่สนใจเขา
“ดื่มเหล้าเหรอครับ” เซียชวนพยักหน้า สีหน้ากระจ่างแจ้ง “ตอนที่ไม่มีคดี ผมก็ชอบจิบไวน์แดงเหมือนกัน โดยเฉพาะชาโตลาฟิตของฝรั่งเศส รสชาติเข้มข้นละมุนเหมือนประวัติศาสตร์อันยาวนานของฝรั่งเศสเลยครับ ถ้าคุณถังชอบ ครั้งหน้าผมส่งให้คุณสักขวดก็ได้”
ถังกั่วลูบจมูก พูดเสียงเบาว่า “ฉันดื่มเหล้ามั่วเทียนกลั่นในประเทศ รสชาติ...เด็ดมาก!”
“...”
ถังจื่อหาวหลุดหัวเราะพรืด ทั้งสองคนหันไปมองเขาพร้อมกัน เขารีบยิ้มเจื่อน ๆ กลบเกลื่อน
ทว่าวินาทีต่อมา เซียชวนกลับมองถังกั่วด้วยสายตาชื่นชม “ดูท่าคุณถังจะคอแข็งมากสินะครับ คราวหน้ามาประลองกันสักหน่อย”
