“ฝันไปเถอะ!”
ถังกั่วจับมือทั้งสองข้างของเจ้าอาม่าไว้ กำชับว่า “ถ้าเขามาอีก ก็เอาไม้ตีไล่ออกไปเลยนะยาย ห้ามใจอ่อนเด็ดขาด”
เจ้าอาม่าน้ำตาคลอ แต่ก็ฝืนกลืนความรู้สึกผิดลงไปแล้วพยักหน้า
หลังปลอบเจ้าอาม่าจนเรียบร้อยและกลับเข้าห้อง ถังกั่วก็เหลือบมองถังจื่อหาวที่มีสีหน้าไม่สู้ดีมาตลอด ก่อนส่งสายตาเป็นสัญญาณให้เขาออกไปคุยกันที่ลานบ้าน
ถังจื่อหาวก้มหน้าลง มือทั้งสองขยำชายเสื้อไว้แน่น ถังกั่วตบมือเขาไปหนึ่งทีจนเจ็บ เขาจึงรีบปล่อยมือ
เขาบ่นว่า “พี่ทำอะไรเนี่ย เจ็บนะ!”
ถังกั่วว่า “ดึงแบบนี้ต่อไป เสื้อของนายคงกลายเป็นไซซ์ XXXXXL แน่”
ถังจื่อหาวไม่ได้หายหดหู่เพราะมุกนั้น กลับมองเธอด้วยสีหน้าหม่นหมองยิ่งกว่าเดิม “พี่... พ่อ... ผู้ชายคนนั้นต้องการอะไรกันแน่”
ถังกั่วอารมณ์ไม่ดี อยากสูบบุหรี่ จึงล้วงหาบุหรี่ตามตัว พลางพูดอย่างหงุดหงิด “จะอะไรได้ล่ะ ก็เงินไง! ฉันเตือนนายไว้เลยนะ ถ้าเขามาหา พูดดีด้วยสักสองคำ แถมให้ของราคาถูกนิดหน่อยแล้วนายใจอ่อน ฉันจะตีให้นายกลายเป็นเนื้อบดเอาไปทำผัดกะเพราเลย”
ถังจื่อหาวเงยหน้าขึ้นอย่างไม่ยอมแพ้ พูดอย่างขุ่นเคืองว่า “พี่คิดกับผมแบบนั้นได้ยังไง ผมไม่ทำแบบนั้นแน่!”
“นายพูดแล้วก็ต้องทำให้ได้” ในที่สุดถังกั่วก็หาบุหรี่กับไฟแช็กเจอ รีบไล่ให้เขาไปไกล ๆ จะได้ไม่โดนควัน
ถังจื่อหาวหันหลังเดินกลับไปอย่างห่อเหี่ยว
ถังกั่วก้มหน้าจุดบุหรี่ สูดควันเข้าปอดลึก ๆ ปล่อยให้ความขมของนิโคตินซึมลึกลงไป ร่างกายดูเหมือนจะไม่ตึงเครียดเท่าเดิมแล้ว
