เมื่อได้พบถังกั่วอีกครั้ง ก็เป็นเวลากลางคืนแล้ว เธอรีบกลับมาที่สำนักงานพอดีกับที่กู้ไค้และหลินเฟิงสอบปากคำเสร็จ จึงส่งบันทึกการสอบปากคำให้เธอ
กู้ไค้ก้มหน้าหยิบขนมไส้ดอกไม้ขึ้นมากัดคำหนึ่ง แล้วพูดว่า “เจิงเคอไม่ยอมรับว่าตัวเองฆ่าคน บอกว่าตอนนั้นแค่ตกใจที่เห็นตำรวจ”
ถังกั่วหัวเราะเย็นชา โยนสมุดบันทึกลงบนโต๊ะ “คุณเชื่อไหม”
กู้ไค้กลืนขนมในปากลงคอ “ผมไม่เชื่ออยู่แล้ว แต่พูดไปก็แปลก เขาน่าสงสัยมากจริง ๆ ทว่ากลับหาแรงจูงใจในการฆ่าไม่เจอ”
เฉียวซือหนัววางก๋วยเตี๋ยวเส้นเล็กที่กินไปครึ่งหนึ่งไว้ข้าง ๆ แล้วเปิดข้อมูลของเจิงเคอขึ้นมาวางตรงหน้าถังกั่ว “คนคนนี้ไม่มีความเกี่ยวข้องกับหวงปิงเลย อย่าว่าแต่มีเรื่องบาดหมางกันเลย ทั้งสองคนไม่เคยแม้แต่จะพูดกันสักคำ”
พูดจบก็เริ่มกินเส้นต่อ
เจิงเคอเป็นมะเร็งตับ แผนกที่เขาสังกัดควรเป็นแผนกอายุรกรรม ไม่มีทางเกี่ยวข้องกับแผนกศัลยกรรมกระดูกแม้แต่น้อย
ถังกั่วจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์อยู่ครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยว่า “พรุ่งนี้อาเฟยไปบ้านเจิงเคอกับฉันหน่อย”
เว่ยรั่วเฟยกำลังกินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป พอเงยหน้าขึ้นก็แทบพ่นบะหมี่ใส่หน้าเธอ ถังกั่วโมโหจนถีบเขาไปหนึ่งที
ถังกั่วกลับไปนั่งที่ หยิบขนมปังออกจากลิ้นชัก ไม่แม้แต่จะดูว่าหมดอายุหรือยังก็ฉีกซองยัดเข้าปาก แล้วถามไปพลางกินไปพลางว่า “อู่ซงโชวเป็นยังไงบ้าง”
หลินเฟิงตอบว่า “เขาสงบมาก แค่ถามว่าตอนไหนถึงจะออกไปได้ เราบอกว่าถ้าไม่มีหลักฐาน อีกสี่สิบแปดชั่วโมงก็ออกไปได้ หลังจากนั้นเขาก็นั่งอยู่ในห้องพักตลอด”
“อดทนได้ดีนี่” ถังกั่วอยากดื่มน้ำ แต่พบว่าในแก้วไม่มีน้ำแล้ว พอจะไปกดน้ำแร่ก็พบว่าถังน้ำหมดเหมือนกัน
