เดือนมกราคมที่จิ่นเฉิงหนาวกว่าเดือนธันวาคมเสียอีก
หนาวขนาดไหนน่ะหรือ?
หนาวจนกิ่งของต้นหอมหมื่นลี้ในลานคฤหาสน์ชิงหลานมีเกล็ดน้ำแข็งบาง ๆ เกาะอยู่เป็นชั้น เมื่อแสงแดดยามเช้าส่องกระทบก็สะท้อนเป็นแสงหลากสีเล็ก ๆ ระยิบระยับ ราวกับมีใครแขวนกระดิ่งแก้วไว้บนกิ่งไม้
หนาวจนทุกเช้าไป๋จือจือต้องต่อสู้กับตัวเองอย่างหนักกว่าจะปีนออกจากผ้าห่มได้ ในผ้าห่มอุ่นราวสวรรค์ที่อุณหภูมิ 36 องศาเซลเซียส ส่วนข้างนอกหนาวติดลบ 3 องศา ราวกับไซบีเรีย
แต่ไป๋จือจือก็ยังลุกขึ้นตรงเวลาทุกวัน
เพราะการสอบปลายภาค
การสอบใหญ่ครั้งสุดท้ายของภาคเรียนแรกชั้นมัธยมปลายปีสาม
ตั้งแต่วันที่ 15 ถึง 17 มกราคม ใช้เวลาสามวัน สอบครบทุกวิชา
ตลอดสองสัปดาห์สุดท้ายก่อนสอบ ไป๋จือจือเข้าสู่ช่วงเร่งอ่านหนังสืออย่างบ้าคลั่งแทบไม่ต่างจากคนเสียสติ
ทุกเช้าพอนาฬิกาปลุกดังตอน 6 โมง เธอก็เด้งลุกจากเตียงทันที หลังล้างหน้าแปรงฟันเสร็จก็มุ่งตรงไปห้องหนังสือ เปิดแบบฝึกหัดข้อสอบคณิตศาสตร์ย้อนหลังไปหน้าไหนก็เริ่มทำจากหน้านั้น ส่วนในสมุดจดข้อผิดพลาดมีการใช้ปากกาเน้นข้อความ 5 สีแยกประเภทจุดที่มักพลาด สีแดงคือคำนวณผิด สีส้มคือจำสูตรสลับกัน สีเหลืองคือลืมเงื่อนไข สีเขียวคือแนวคิดคลาดเคลื่อน และสีน้ำเงินคือทำไม่ได้เลย
เครื่องหมายสีน้ำเงินค่อย ๆ ลดน้อยลง
ฟู่เสวี่ยเยี่ยนสังเกตเห็นเรื่องนี้ตอนติวให้ไป๋จือจือ
เขาไม่ได้พูดอะไร
แต่พลิกสมุดจดข้อผิดพลาดของเธอช้าลงเล็กน้อย
ไม่ใช่เพราะโจทย์ยากขึ้น แต่เพราะเธอทำถูกมากขึ้น เขาจึงต้องพลิกไปอีกหลายหน้ากว่าจะเจอเนื้อหาที่ต้องอธิบาย
ฟู่เสวี่ยเยี่ยนปิดสมุดจดข้อผิดพลาด แล้ววางกลับตรงหน้าไป๋จือจือ
