ตอนพูดหกคำสุดท้าย ฟู่เสวี่ยเยี่ยนก็เบนสายตาจากใบหน้าของไป๋จือจือไปยังวงกบประตูด้านหลังเธอ จากนั้นก็เลื่อนไปยังเครื่องตรวจจับควันบนเพดานทางเดิน ไปยังราวบันไดตรงปลายทางเดินฝั่งโน้น และไปยังทุกแห่งที่ไม่ใช่ไป๋จือจือ
ปลายหูของฟู่เสวี่ยเยี่ยนแดงก่ำ
ใต้แสงไฟสีส้มอุ่นในทางเดิน สีแดงระเรื่อแผ่จากขอบใบหูไปจนถึงติ่งหู ราวกับมีใครใช้พู่กันปลายเรียวแต้มชาดลงตรงนั้นอย่างแม่นยำ
พูดจบ เขาก็ไม่รอให้ไป๋จือจือตอบ
หันหลังแล้วปิดประตู
‘กึก’
เสียงกลอนประตูเข้าที่ดังสั้น ๆ ในทางเดิน
เด็ดขาด ฉับไว รวดเร็วราวกับกำลังหนี
ไป๋จือจือยืนอยู่หน้าห้อง มือขวายังคงจับลูกบิดประตูไว้
เธอมองบานประตูห้องที่ปิดสนิทของฟู่เสวี่ยเยี่ยน
บานประตูสีน้ำตาลเข้ม เมื่ออยู่ใต้แสงไฟสีส้มอุ่นก็ดูคล้ายช็อกโกแลตแท่งหนา
ไป๋จือจือกะพริบตาช้า ๆ สองครั้ง ก่อนมุมปากจะค่อย ๆ ยกขึ้น
เริ่มจากปลายมุมปากด้านหนึ่ง คล้ายจันทร์เสี้ยวที่กำลังลอยขึ้น เส้นโค้งค่อย ๆ ขยายกว้าง ก่อนหยุดนิ่งอยู่บนใบหน้าของเธอ กลายเป็นรอยยิ้มหวานเจือความซุกซนซึ่งซ่อนบางสิ่งไว้มากมาย และมีประกายดาวระยิบระยับในดวงตา
เมื่อครู่ฟู่เสวี่ยเยี่ยน…ถือว่าชวนเธอไปเดตหรือเปล่านะ?
พูดจบก็หนี
ปลายหูแดง
สายตาหลบเลี่ยง
ปิดประตูเร็วยิ่งกว่าตอนแอบหนีออกจากห้องพักครู หลังถูกครูสุ่มให้ท่องบทเรียนเสียอีก
ไป๋จือจือปิดประตูห้อง แล้วเดินไปข้างเตียง ก่อนจะทิ้งตัวลงบนผ้าห่ม
เจ้าเหมาถ่านถูกเธอกระแทกจนเด้งจากหมอน ส่งเสียง “เหมียว” อย่างไม่พอใจ ส่วนไป๋จือจือก็ซุกหน้ากับหมอน หัวเราะอู้อี้อยู่นาน
