หูของกู้หมิงแดงขึ้นเล็กน้อย
เขายกโทรศัพท์ให้สูงขึ้นอย่างแนบเนียน แล้วกดมุมกล้องลงอีกนิด
‘แชะ’
คราวนี้ทั้งสองคนอยู่ในภาพแล้ว
—แต่ไป๋จือจือมีเพียงหน้าผากเลือนรางที่ถูกหัวไหล่ของเขาบังไปกว่าครึ่ง
ไป๋จือจือเงยหน้าขึ้นมองเขาช้า ๆ แวบหนึ่ง
หูของกู้หมิงแดงเข้มขึ้นอีกระดับ
“...ฉันย่อตัวลงก็ได้” เขาพูดเสียงอู้อี้
“ไม่ได้” ไป๋จือจือปฏิเสธทันที “ถ้าคุณย่อตัวถ่าย ภาพจะยิ่งแปลก แล้วตอนนี้คุณก็มีไข้ ถ้าย่อลงเดี๋ยวก็หน้ามืดหรอก”
กู้หมิงขานรับเบา ๆ ว่า “อ้อ”
จากนั้นเขาก็ยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น มือกำโทรศัพท์ไว้ ก้มตาลง ราวกับเด็กดีที่กำลังรอให้เธอจัดการทุกอย่าง
ชายร่างสูง 189 เซนติเมตร ไหล่กว้างขายาว ยืนอยู่ตรงนั้นราวกับภูเขาลูกหนึ่ง
แต่แววตาตอนนี้กลับเหมือนสุนัขตัวใหญ่ที่รอให้คนออกคำสั่งอย่างเชื่อฟังไม่มีผิด
ไป๋จือจือแทบกลั้นขำไว้ไม่อยู่
เธอกระแอมเบา ๆ แล้วกวาดตามองไปรอบห้อง
ไฟเพดานสว่างจ้าเกินไป จนใบหน้าซีดเซียวจากพิษไข้ของกู้หมิงยิ่งดูไร้สีเลือด
สายตาของเธอหยุดลงที่หน้าต่างบานใหญ่สูงจรดพื้นในห้องนั่งเล่น—
ด้านนอก ทิวทัศน์ยามค่ำคืนของเมืองไห่เฉิงกำลังงดงามพอดี
จากชั้นที่ 28 มองออกไปเห็นแสงไฟจากอาคารสูงทอดยาวสุดสายตา แสงนีออนส่องเฉียงผ่านกระจกเข้ามา ทั้งโทนอุ่น โทนเย็น สีทอง และสีม่วง แตกกระจายเป็นประกายบนพื้นกระเบื้องสีเทาเข้ม
