“...ขอโทษนะ”
กู้หมิงเอ่ยเสียงต่ำ น้ำเสียงอู้อี้เล็กน้อย ลูกกระเดือกขยับขึ้นลง “ผมใจร้อนไปหน่อย ไม่ได้ถามคุณก่อนว่าอยากเปิดเผยเรื่องของเราหรือเปล่า”
หัวใจของไป๋จือจือกระตุกวูบ
—จบเห่แล้ว
【โฮสต์!】เป่าเป่ากรีดร้องในหัว 【ค่าความรู้สึกตกแล้ว! ลดไปสองแต้ม! เมื่อกี้เพิ่งขึ้นไปห้าแต้ม ตอนนี้เหลือหกสิบแปดแล้ว! ตอนนี้อารมณ์ของเขาคือ ‘หดหู่’! โฮสต์ทำอะไรลงไปเนี่ย!】
ไป๋จือจือ:……
เธอสูดหายใจลึก กัดริมฝีปากล่างเบา ๆ
จากนั้นก็ทำบางอย่างที่แม้แต่ตัวเธอเองยังคาดไม่ถึง
เธอยื่นมือออกไป ค่อย ๆ เกี่ยวก้อยของกู้หมิงที่ห้อยอยู่ข้างตัวเบาแสนเบา
ร่างกู้หมิงพลันแข็งทื่อ
เขาเงยหน้าขึ้นฉับพลัน
ไป๋จือจือก้มหน้า ขนตายาวทิ้งตัวลงมาบดบังอารมณ์ทั้งหมดในดวงตา เหลือเพียงปลายใบหูขาวราวกับเครื่องกระเบื้องที่แดงจัดจนแทบมีเลือดหยด
“...ใช่ว่าจะไม่ได้”
เสียงเธอนุ่มนิ่ม แผ่วเบาจนแทบถูกเสียงลมจากเครื่องปรับอากาศกลบไป
“แต่...”
ไป๋จือจือเงยหน้าขึ้น ดวงตากลมหวานฉ่ำน้ำจ้องกู้หมิงไม่วางตา เธอเอ่ยทีละคำอย่างจริงจัง “ฉันอยากให้คุณรอจนกว่าจะหายดี ตอนที่มีสติแจ่มใส แล้วค่อยมาพูดกับฉันต่อหน้าอีกครั้ง”
“ไม่ใช่ในโรงพยาบาล”
“ไม่ใช่บนเวยป๋อ”
“ไม่ใช่ต่อหน้าคนนับล้าน”
“แต่เป็นตอนที่มีแค่เราสองคน”
……
ลมหายใจของกู้หมิงหยุดไปเต็ม ๆ สามวินาที
จากนั้นเขาก็ค่อย ๆ พลิกมือกลับมา กอบกุมมือที่เกี่ยวก้อยของเธอไว้จนมิดฝ่ามือ
