ไป๋จือจือหัวเราะเยาะอยู่ในใจ
ซ่งเจียวเอ๋ยซ่งเจียว เธอคิดว่าตัวเองเป็นแมวในเกมแมวจับหนูสินะ น่าเสียดายที่เธอคงคิดผิดแล้ว
……
ภายในโถงให้น้ำเกลือ เก้าอี้ให้น้ำเกลือเรียงเป็นแถวอย่างเป็นระเบียบถึง 8 แถว กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อผสมกับกลิ่นยาจาง ๆ ลอยอบอวลไปทั่ว
กู้หมิงนั่งพิงเก้าอี้ให้น้ำเกลือแถวสุดท้ายอย่างเงียบงัน ใบหน้ายังคงซีดขาวเล็กน้อย คิ้วขมวดมุ่นเป็นนิสัย ดวงตาที่เย็นชาและห่างเหินอยู่เสมอในเวลานี้กลับเผยความคาดหวังอย่างเห็นได้ชัด แม้แต่ตัวเขาเองก็ยังไม่ทันสังเกต สายตาเหลือบไปยังทางเข้าโถงเป็นระยะ
กระทั่งเงาร่างของไป๋จือจือปรากฏตรงประตู แผ่นหลังที่เกร็งแน่นของกู้หมิงจึงผ่อนคลายลงทันที
“กลับมาแล้วเหรอ” เสียงของกู้หมิงยังแหบพร่าเจือเสียงขึ้นจมูกอยู่บ้าง แต่ในน้ำเสียงกลับมีความยินดีที่แม้แต่เจ้าตัวก็ยังไม่รู้ตัว
ไป๋จือจือยกถุงข้าวต้มขาวในมือขึ้นเล็กน้อย ยิ้มจนดวงตาโค้งเป็นพระจันทร์เสี้ยว “อื้อ ข้าวต้มยังร้อนอยู่เลย”
เธอนั่งลงข้าง ๆ เปิดฝาถ้วยข้าวต้มอย่างคล่องแคล่ว แล้วตักด้วยช้อนพลาสติก กลิ่นข้าวหอมอุ่น ๆ ปนความหวานจาง ๆ พลันลอยกระจายออกมา
เมื่อเห็นดังนั้น กู้หมิงก็เผลอยื่นมืออีกข้างที่ไม่ได้ให้น้ำเกลือออกไป หมายจะรับถ้วยข้าวต้มมาถือเอง เรื่องกินข้าวด้วยมือข้างเดียว เขาฝึกมาตั้งแต่เด็กจนชินแล้ว
“พี่ซีจะทำอะไรคะ” ไป๋จือจือไหวตัวทัน เธอเอนตัวหลบมือที่ยื่นมาของกู้หมิงทันที ดวงตากลมโตเบิกกว้าง น้ำเสียงเจือแววกระเง้ากระงอดอย่างมีเหตุผล “พี่จะกินข้าวต้มมือเดียวได้ยังไงคะ อีกอย่างข้าวต้มก็ยังร้อน กินเร็วไปเดี๋ยวลวกคอนะ!”
