ค่ำคืนแรกที่ไป๋จือจือมาถึงคฤหาสน์ชิงหลาน
ซ่งเหยาพาไป๋จือจือเข้าบ้าน ตอนนั้นเธอสวมชุดกระโปรงสีขาว ผมยาวสีดำทิ้งตัวลงข้างไหล่ทั้งสอง ดวงตารูปอัลมอนด์เป็นประกาย ดูว่าง่ายและไร้พิษภัย ราวกับกระต่ายขาวตัวน้อยที่หลงเข้ามาในบ้านคนอื่น
ตอนนั้นฟู่เสวี่ยเยี่ยนไม่ได้ใส่ใจคนแปลกหน้าที่จู่ ๆ ก็จะย้ายเข้ามาอยู่บ้านเดียวกับตัวเองสักเท่าไร เธออยู่ส่วนเธอ เขาอยู่ส่วนเขา ต่างคนต่างอยู่ ไม่ยุ่งเกี่ยวกัน
แต่เจ้าเหมาถ่านกลับเปลี่ยนสถานการณ์นี้ไป
เจ้าเหมาถ่านเป็นแมวที่ฟู่เสวี่ยเยี่ยนเลี้ยงมานานแล้ว
เจ้าแมวดำสนิทตัวนี้ขึ้นชื่อเรื่องเย็นชาและไม่คุ้นคน
มันไม่สนิทกับใคร ไม่ยอมให้ใครแตะ นอกจากฟู่เสวี่ยเยี่ยนแล้ว มนุษย์ทุกคนในระบบจัดหมวดหมู่ของมันล้วนเป็นสิ่งมีชีวิตประหลาดที่ต้องรักษาระยะห่างอย่างน้อยสองเมตร
ซ่งเหยามาช่วยงานที่คฤหาสน์ชิงหลานตั้งหลายเดือนแล้ว จนถึงตอนนี้เจ้าเหมาถ่านก็ยังยอมให้เธอลูบได้แค่ครั้งเดียว
ลู่เหยี่ยนมาที่นี่นับครั้งไม่ถ้วน แต่สายตาที่เจ้าเหมาถ่านมองเขาราวกับกำลังมองแมลงสาบตัวใหญ่
แต่คืนแรกที่ไป๋จือจือมาถึง
เจ้าเหมาถ่านเดินไปข้างเท้าของไป๋จือจือ แล้วเอาหัวถูข้อเท้าเธอเบา ๆ
ถูอยู่สองครั้ง
ไป๋จือจือยื่นมือลูบหัวมัน
เจ้าเหมาถ่านไม่เพียงไม่หนี แถมยังดูเพลิดเพลินกับการถูกลูบเสียด้วย
ตอนนั้นฟู่เสวี่ยเยี่ยนยืนอยู่ตรงโถงทางเข้าและเห็นภาพนั้นพอดี
ปฏิกิริยาแรกของเขาคือ—เป็นไปไม่ได้
เจ้าเหมาถ่านยอมให้คนแปลกหน้าลูบเนี่ยนะ?
ในความเข้าใจของฟู่เสวี่ยเยี่ยน เรื่องนี้เป็นไปไม่ได้พอ ๆ กับการที่ดวงอาทิตย์จะขึ้นทางทิศตะวันตก
เขายืนอยู่ตรงบันไดนานกว่าสิบวินาที สีหน้าเปลี่ยนจากไม่อยากเชื่อเป็นแมวของเขาถูกสับเปลี่ยนไปแล้วหรือเปล่า ก่อนจะจบลงด้วยช่างเถอะ ไม่อยากคิดแล้ว
แต่เรื่องนี้ก็เหมือนก้อนหินเล็ก ๆ ที่ตกลงบนผิวน้ำอันสงบนิ่งในใจเขา
ระลอกคลื่นไม่ใหญ่ ทว่ากลับแผ่ขยายออกไปเรื่อย ๆ
ต่อมาเขาก็ค่อย ๆ พบคำตอบ
เหตุผลที่เจ้าเหมาถ่านไม่ระแวงไป๋จือจือ เป็นเพราะไป๋จือจือเป็นคนดีจริง ๆ ดีมาก ๆ
เธอพูดจาหวาน เสียงนุ่มละมุน ราวกับอมลูกกวาดไว้ในปาก
เธอสุภาพกับทุกคน เรียกซ่งเหยาว่าป้าซ่ง ช่วยเก็บชามตะเกียบ กินข้าวเสร็จก็อาสาล้างจานเอง
