วันนี้ไป๋จือจือสวมเสื้อถักแขนสั้นสีขาวครีม รวบผมยาวเป็นหางม้าต่ำอย่างหลวม ๆ วิ่งวุ่นอยู่ทั้งวันจนมีปอยผมสองสามเส้นหลุดลงมาข้างแก้ม
นิ้วมือของกู้หมิงขยับเล็กน้อย
จากนั้นเขาก็ทำเรื่องหนึ่งที่แม้แต่ตัวเองยังไม่เข้าใจว่าทำไปทำไม—
เขายกมือข้างที่ติดพลาสเตอร์ห้ามเลือดขึ้นอย่างแผ่วเบา แล้วค่อย ๆ ทัดปอยผมข้างขมับของไป๋จือจือไว้หลังใบหู
ปลายนิ้วสัมผัสผ่านขอบใบหูของเธอ
ไป๋จือจือแข็งค้างไปทั้งตัว
ชั่วขณะนั้น ใบหูของเธอพลันร้อนวูบ ร้อนลามไปถึงต้นคอ
“คุณ...”
“ผมเธอ” กู้หมิงรีบชักมือกลับ หันหน้าหนี แล้วยกหลังมือขึ้นแตะมุมปากพร้อมกระแอมเบา ๆ “บังตาแล้ว”
ไป๋จือจือ “...อ้อ”
ทั้งสองนั่งกันคนละฝั่ง ต่างฝ่ายต่างเงียบ ไม่มีใครพูดอะไรอีก
แสงแดดนอกหน้าต่างสาดเข้ามา ทอดเงาของทั้งคู่ให้ยาวและซ้อนทับกัน
กลิ่นครีมกับสตรอว์เบอร์รีหอมหวานอบอวลไปทั่วห้อง
สิบนาทีผ่านไป ในที่สุดพนักงานก็ห่อขนมกล่องสุดท้ายเสร็จ กองพะเนินเป็นภูเขาลูกเล็ก ๆ “ขะ...ขนมของคุณเรียบร้อยแล้วค่ะ...”
ไป๋จือจือมองภูเขาขนมตรงหน้า แล้วสูดหายใจเข้าลึก ๆ
กู้หมิงลุกขึ้นยืนแล้ว เขาไม่พูดอะไรสักคำ เพียงรวบถุงทั้งหมดมาถือไว้
“ผมถือเอง” เขาบอก
“คุณมีไข้นะ!”
“ผมถือเอง” เขาย้ำ น้ำเสียงหนักแน่นจนไม่เปิดโอกาสให้แย้ง
ไป๋จือจือมองหลังมือของกู้หมิงที่ยังติดพลาสเตอร์ห้ามเลือดอยู่ ก่อนถอนหายใจอย่างจนใจ แต่ก็แย่งมาได้แค่ถุงเล็กที่สุดสองถุง
