กู้หมิงกระชับนิ้วที่จับแก้วกระดาษแน่นขึ้นเล็กน้อย จนผนังแก้วบาง ๆ บุ๋มเป็นรอยตื้น ๆ
เขานึกถึงเมื่อคืน
นึกถึงภาพเธอสวมชุดเดรสสีขาวน้ำนม ขดตัวอยู่บนโซฟาหนังแท้สีเทาเข้มตัวใหญ่ของเขา ราวกับกุหลาบขาวที่หลงเข้ามาในความมืด และหลับสนิทอย่างไร้การระแวดระวัง
นึกถึงตอนที่เขานั่งอยู่บนพรมขนนุ่มข้างโซฟา ปลายนิ้วลูบแก้มแดงระเรื่อของเธอเบา ๆ นึกถึงตอนที่เธอละเมอคว้าชายเสื้อของเขาไว้ แล้วกำเอาไว้ตลอดทั้งคืน
นึกถึงเมื่อเช้านี้ ตอนเธอเอามือแตะหน้าผากเขา
นึกถึงแววตาห่วงใยที่ไม่เสแสร้งและเต็มไปด้วยความร้อนรนของเธอ ตอนพูดว่า “ร้อนจัง”
นึกถึงตอนเธอพูดว่า “ไม่งั้นฉันไปโรงพยาบาลเป็นเพื่อนคุณดีไหม”
นึกถึงตอนเธอกุมมือเขาไว้
นึกถึงตอนเธอเป่าข้าวต้มทีละช้อนจนเย็นลง แล้วยื่นมาจ่อปากเขาพร้อมพูดว่า “เด็กดี อ้าปากนะ”
ยี่สิบหกปีแล้ว
กู้หมิงมีชีวิตอยู่มาถึงยี่สิบหกปี
ไม่เคยมีใครปฏิบัติต่อเขาเช่นนี้มาก่อน
ความรู้สึกที่มีคนใส่ใจ คอยห่วงหา และปกป้องเขาอย่างไม่ลังเลนั้นช่างแปลกใหม่จนทำให้เขาหวาดหวั่น แต่ก็ร้อนผ่าวจนเขาเสพติด
อะไรคือ “ทำไปเพราะสถานการณ์บีบบังคับ”
อะไรคือ “ไม่มีทางเลือก”
กู้หมิงหัวเราะเยาะตัวเองในใจ
คำว่า “เด็กดี” หลุดจากปากเขาอย่างเป็นธรรมชาติยิ่งกว่าลมหายใจ
เป็นธรรมชาติจนแม้แต่ตัวเขาเองยังตกใจ
……
“แค่ก”
กู้หมิงกระแอมอีกครั้ง คราวนี้เขาตั้งใจเรียกความกล้าให้ตัวเองจริง ๆ
