ไป๋จือจือกระโดดโลดเต้นวิ่งมาหาฟู่เสวี่ยเยี่ยน
เธอเงยหน้า มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มหวานจนผึ้งอาจบินหลงทาง
“ทำให้พี่ชายต้องรอนานแล้ว”
เสียงของเธอหวานนุ่ม เจือความแหบพร่าและเกียจคร้านบาง ๆ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ยามเพิ่งตื่นนอน ราวกับสตรอว์เบอร์รีที่เพิ่งถูกช้อนขึ้นมาจากนมสด
สายตาของฟู่เสวี่ยเยี่ยนหยุดอยู่บนใบหน้าเล็ก ๆ ที่เงยขึ้นมาของไป๋จือจือเพียงชั่ววินาที
วันนี้เธอแต่งหน้าอ่อน ๆ
ขนตางอนกว่าปกตินิดหน่อย ริมฝีปากฉ่ำวาวเป็นสีชมพูระเรื่อ สีแบบที่เขารู้สึกเหมือนเคยเห็นที่ไหนสักแห่ง
แก้มของเธอมีสีชมพูจาง ๆ เพราะเพิ่งวิ่งลงมาจากห้องอุ่น ๆ ตัดกับขนเฟอร์เทียมสีขาวบนหมวกเสื้อขนเป็ดอย่างเด่นชัด
ขาวนวลระเรื่อชมพู
ลูกกระเดือกของฟู่เสวี่ยเยี่ยนขยับเล็กน้อย
สายตาของเขาเบนหนีไป
“ไม่นาน” น้ำเสียงของฟู่เสวี่ยเยี่ยนสั่นไหวเล็กน้อย ราวกับสายพิณที่ถูกดีดแผ่ว ๆ จนเสียงกังวานยังสั่นระริก “เมื่อกี้เพิ่งซื้ออาหารเช้ากลับมา”
พูดพลางยื่นของในมือทั้งสองข้างไปตรงหน้าไป๋จือจือ
ถุงกระดาษสีขาวในมือซ้ายมีไอร้อนลอยออกมาจากปากถุง กลิ่นหอมสดใหม่ของแป้งกับไส้เนื้ออบอวลอยู่ข้างใน—เสี่ยวหลงเปา ส่วนมือขวาถือนมสตรอว์เบอร์รี
ไป๋จือจือยื่นมือทั้งสองข้างออกไปรับ มือหนึ่งรับถุงกระดาษ อีกมือรับนมสตรอว์เบอร์รี
“ขอบคุณนะพี่ชาย” ไป๋จือจือยิ้มพลางเอ่ย เสียงหวานราวกับเติมน้ำผึ้งลงในนมสตรอว์เบอร์รีไปอีกสองช้อน
มือหนึ่งหิ้วถุงเสี่ยวหลงเปา อีกมือถือนมสตรอว์เบอร์รี เธอเดินไปยังบริเวณเปลี่ยนรองเท้าตรงโถงทางเข้า
รองเท้าบูตมาร์ตินสีดำวางเรียบร้อยอยู่ข้างตู้รองเท้า ฟู่เสวี่ยเยี่ยนหยิบออกมาจากตู้แล้วจัดวางไว้ให้เธอเมื่อครู่
