กู้หมิงพลันตัวแข็งทื่อ
เขาก้มมองมือที่กุมประสานกันอยู่ มือของไป๋จือจือเล็กนุ่ม เมื่อเทียบกับมือใหญ่ข้อนิ้วชัดของเขา ก็ยิ่งดูบอบบางขึ้นไปอีก
“...ทำอะไรน่ะ” น้ำเสียงของเขาฟังดูผิดปกติเล็กน้อย ใบหูเริ่มแดงขึ้นมาอีกครั้ง
“จะได้ช่วยเบี่ยงเบนความสนใจไง” ไป๋จือจือมองเขาพลางยิ้มตาหยี แววตาเปี่ยมด้วยความเอ็นดูอย่างไม่ปิดบัง “จับมือฉันไว้แล้วก็จะไม่รู้สึกเจ็บแล้ว”
กู้หมิงไม่พูดอะไร แต่ก็ไม่ได้ชักมือกลับ
เขาปล่อยให้มืออุ่นนุ่มข้างนั้นเกี่ยวกระหวัดกับนิ้วมือเย็นเฉียบของตน หยดน้ำเกลือในขวดค่อย ๆ ร่วงลงมาทีละหยด เวลาไหลผ่านฝ่ามือที่กุมกันอยู่ของทั้งสองอย่างเงียบงัน
ผ่านไปหลายนาที
ไป๋จือจือเหลือบมองเวลาบนโทรศัพท์ ก่อนลุกขึ้นกล่าวว่า “ฉันไปซื้อโจ๊กนะ ปล่อยท้องว่างแล้วให้น้ำเกลือไม่ดีต่อร่างกาย”
กู้หมิงครางรับเบา ๆ มองแผ่นหลังของเธอที่เดินออกไป ในแววตาพลันปรากฏความอ่อนโยนที่แม้แต่ตัวเขาเองก็ไม่ทันสังเกต
——
ด้านนอกโรงพยาบาล ผู้คนที่เคยแน่นขนัดในช่วงเวลาเร่งด่วนยามเช้าซาลงแล้ว ร้านอาหารเช้าเก่าแก่ใกล้ ๆ ซึ่งเปิดมานานกว่าสิบปี ในเวลานี้มีลูกค้าไม่มากนัก
ไป๋จือจือเดินเข้าไปตรงไปยังเคาน์เตอร์ “เถ้าแก่ โจ๊กขาวสองถ้วย ใส่ห่อกลับค่ะ”
เถ้าแก่ขานรับ ก่อนหันไปตักโจ๊กในครัว
ไป๋จือจือยืนรออยู่ข้าง ๆ พลางวางแผนในใจว่าจะป้อนโจ๊กให้กู้หมิงอย่างไร เพื่อเพิ่มค่าความรู้สึกที่เขามีต่อเธอ
ในจังหวะนั้นเอง เสียงผู้หญิงที่คุ้นหูก็ดังขึ้นข้างกายโดยไม่มีปี่มีขลุ่ย
