ไป๋จือจือเดินออกจากห้องน้ำ
ตรงทางเดิน ฟู่เสวี่ยเยี่ยนยืนพิงกำแพงอยู่ไม่ไกลจากทางเข้าห้องน้ำ รอเธออยู่
มือข้างหนึ่งของเขาล้วงกระเป๋าเสื้อโค้ต ส่วนอีกข้างถือขวดน้ำแร่ไว้ ก้มหน้ามองโทรศัพท์เล็กน้อย ปอยผมหน้าม้าทิ้งตัวลงมาบดบังคิ้วไปครึ่งหนึ่ง
ไป๋จือจือเดินมาหยุดตรงหน้าเขา
“พี่”
ฟู่เสวี่ยเยี่ยนเงยหน้าขึ้น
ดวงตาสีอำพันเลื่อนจากหน้าจอโทรศัพท์มายังใบหน้าของไป๋จือจือ แววตาเย็นชาราวน้ำแข็งที่ทอดมองเธอ พลันปรากฏรอยร้าวขึ้นมาเล็กน้อย
ไม่ใช่เพราะน้ำแข็งละลาย
แต่เพราะมันคลายตัวลง
ความเย็นชาที่แน่นหนาราวกับไร้ช่องว่างนั้น มักเผยรอยแยกบางเบาต่อหน้าเธอ ทำให้สิ่งที่เขากักขังไว้ใต้ชั้นน้ำแข็งค่อย ๆ เล็ดลอดออกมาให้เห็นอย่างเลือนราง
“ไปกันเถอะ” ฟู่เสวี่ยเยี่ยนพูดพลางเก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋า
ไป๋จือจือเดินตามเขาไปอย่างว่าง่าย
ทั้งสองเดินออกจากโรงภาพยนตร์ไปทีละคน
ทันทีที่ประตูเปิด ลมหนาวจากด้านนอกก็พัดกรูเข้ามา ไป๋จือจือสะท้านน้อย ๆ ไหล่หดเข้าหากัน
ฟู่เสวี่ยเยี่ยนเดินนำหน้าเธอไปครึ่งก้าว
เสื้อโค้ตสีดำของเขาบังลมที่พัดมาจากด้านข้างได้พอดีในจังหวะที่ทั้งคู่เดินออกจากประตู
ตั้งใจทำ แต่ก็พอดีเหลือเกิน
……
ปลายเดือนธันวาคม
หิมะตกที่จิ่นเฉิงแล้ว
ไม่ใช่หิมะโปรยปรายบางเบาที่ตกถึงพื้นก็ละลาย แต่เป็นหิมะจริง ๆ ที่ปกคลุมทั่วฟ้าและผืนดิน จนทับถมเป็นชั้นสีขาวบนพื้นได้
เกล็ดหิมะร่วงหล่นลงมาอย่างเงียบงันจากท้องฟ้าสีเทาหม่น ราวกับมีใครฉีกกระดาษขาวหลายล้านแผ่นจากบนฟ้า แล้วโปรยลงมายังทั่วทั้งเมืองทีละชิ้น
