เมื่อได้สัตว์ใหญ่ตัวนี้แล้ว เงินทุนก้อนแรกสำหรับสร้างเตาเผาเครื่องเคลือบก็ต้องพอแน่
หลินเฟิงไม่ได้คิดจะเดินหน้าลึกเข้าไปอีก เตรียมตัวค้างคืนนี้แล้วกลับหมู่บ้าน
พักสักครู่ หลินเฟิงหยิบขวานออกมา เตรียมตัดไม้ทำเลื่อนไม้แบบง่ายๆ
ให้ไอ้เฒ่าจอมตะกละกับเขาลาก ง่ายดายไม่เปลืองแรงเลย
หนึ่งชั่วโมงถัดมา เลื่อนไม้ก็เสร็จเกือบสมบูรณ์
กลับมาข้างซากเสือ ไอ้เฒ่าจอมตะกละหมอบอยู่บนพื้น ท้องป่อง สีหน้าอิ่มหนำ
หลินเฟิงเตะไปหลายทีก็ไม่เห็นมันยอมขยับ
“อิ่มแล้วก็ลุกขึ้นมาทำงาน ตอนสู้กับเสือเมื่อกี้แกไม่เห็นช่วยอะไรเลย”
“ฮึด ฮึด!”
ไอ้เฒ่าจอมตะกละยันตัวลุกขึ้นอย่างไม่พอใจ
“ไง ยังไม่ยอมอีก แกมีเขี้ยวไว้เปล่าๆ”
“ตอนนั้น ถ้าแน่จริงก็พุ่งเข้าไปแทงมันสิ!”
“ฮึด ฮึด!”
ไอ้เฒ่าจอมตะกละเหมือนจะโกรธจนอาย ดวงตาฉายแววดุร้ายจ้องเขม็งไปยังเสือที่ตายสนิท
กีบก็เริ่มคุ้ยดิน หมายจะใช้เขี้ยวงัดหัวเสือให้เปิด
หลินเฟิงตกใจ พุ่งเข้าไปทับมันไว้แล้วกดสอนด้วยความรัก
“บัดซบ มันตายแล้วแกยังจะมาแทงมันอีก หน้าด้านหรือเปล่า!”
“ไม่ได้ความ! พวกตีก้นตีหลัง!”
“แล้วแกยังจะรู้อีกไหม หนังเสือแผ่นหนึ่งราคาเท่าไหร่? พอแกเล่นทำแบบนี้ก็ไม่เหลือราคา”
“ไสหัวไป!”
“ฮึด ฮึด!”
“ยังไม่เลิกอีก...ดูท่าไม้ตาย มังกรฟ้าทรงฤทธิ์ เสียงเรียกของเกาชุ่ยหลาน!”
คนกับหมูเล่นกันจนฟ้ามืด
หลินเฟิงมองไปรอบๆ เตรียมหาที่พักค้างคืน
