เซี่ยโหวเฉาและซือหม่าจิ้นใช้เวลากว่าชั่วโมงสำรวจโรงเผาเครื่องปั้นดินเผาสีขาวในเบื้องต้น
หลินเฟิงอยู่เป็นเพื่อนตลอดทาง อธิบายขั้นตอนการผลิตและกำลังการผลิต ทั้งสองพอใจอย่างมาก
พวกเขาไม่ทันได้กินข้าวเที่ยงก็ต้องรีบกลับไปรายงานผล
หลินเฟิงเดินไปส่งเซี่ยโหวเฉาและซือหม่าจิ้นถึงปากหมู่บ้าน
หลินเฟิงเรียกหลินซีกับหลินตงที่รออยู่ก่อนแล้วเข้ามา
“พี่เซี่ยโหว พี่ซือหม่า วันนี้ลำบากพวกพี่มาไกลนะ”
“ของติดไม้ติดมือเล็กน้อย อย่าได้รังเกียจเลย”
สิ้นเสียง หลินซีกับหลินตงก็ถือกล่องสี่ใบมามอบให้
เซี่ยโหวเฉาและซือหม่าจิ้นพูดพลางยิ้มตาหยีว่า “เกรงใจกันไปได้ ฮ่าๆ!”
“น้องเอ๋ย พวกพี่จะไม่เกรงใจแล้ว นับจากนี้เจ้าก็คือน้องชายแท้ๆ ของพี่”
หลินเฟิงยิ้มกว้างกว่าเดิม “อย่างนั้นข้าก็สูงเกินตัวแล้ว”
“ตอนนี้ในหมู่บ้านวุ่นวายมาก รอให้เรื่องราวสงบลงก่อน แล้วข้าจะเลี้ยงขอบคุณพี่ทั้งสอง!”
หัวหน้าแผนกจัดซื้อทั้งสองฟังแล้วย่อมจับความนัยในคำพูดของหลินเฟิงได้
“เสี่ยวเฟิง เตาเผาเครื่องเคลือบขาวก็คือไก่ที่ออกไข่เป็นทองคำ”
“ระวังตัวด้วย! แต่อย่ากลัวไป ถ้ามีเรื่องยากลำบากอะไร ก็มาหาพี่!” ซือหม่าจิ้นพูดพลางตบอกยิ้มๆ
“ข้าก็เช่นกัน!” เซี่ยโหวเฉากล่าวเสริม
“ได้! ต่อไปนี้ ข้าคงต้องพึ่งพาพี่ทั้งสองแล้ว!”
“ฝากความคิดถึงไปถึงพี่หวังกับพี่หลี่ด้วย”
หลินเฟิงพูดจบก็ชำเลืองมองกล่องใหญ่สี่ใบในมือของพวกเขา
“เหอะๆ ตกลง!” ทั้งสองเข้าใจได้โดยไม่ต้องพูด
ภายในเวลาเพียงสองวัน หลินเฟิงก็มี “พี่ชาย” ที่มีอำนาจจริงผูกด้วยผลประโยชน์ถึงสี่คน
ถือว่าพอมีภูมิหลังให้พึ่งพิงได้บ้างแล้ว
ซือหม่าจิ้นกับเซี่ยโหวเฉายิ้มร่ำลาจากไป
