เฉ็ดเฉ็ดเริ่มลงมือทำเรื่องสำคัญแล้ว
นางสะบัดยันต์ชำระล้างออกมาแผ่นหนึ่งก่อน กวาดกลิ่นคาวเลือดและกลิ่นเหม็นเน่าในหลุมทั้งสองจนหมดสิ้น อากาศรอบด้านพลันสดชื่นขึ้น
“ทุกคนถอยไปให้ไกล อย่าเข้ามาใกล้ ประเดี๋ยวถ้าโดนลูกหลงขึ้นมา อย่าหาว่าข้าไม่เตือนนะเพคะ”
เสียงเล็กอ้อแอ้เพิ่งสิ้นลง ทุกคนก็รีบหลบไปอยู่ไกลลิบ
เฉ็ดเฉ็ดมองกระดูกมนุษย์และสิ่งของต่าง ๆ ที่วางอยู่บนพื้น จมูกเล็กย่นเข้าหากัน ก่อนสะบัดยันต์ออกมาสามแผ่นอย่างเด็ดขาด ห่อหุ้มสิ่งเหล่านั้นไว้โดยรอบ
จากนั้นนางประสานมือทำมุทราอย่างรวดเร็ว ปากพึมพำท่องคาถา ท่ามกลางสายตาของทุกคน ยันต์ทั้งสามแผ่นก็เปลี่ยนเป็นสีทองในพริบตา
“จงสลายไป!”
เสียงตวาดเล็ก ๆ ดังขึ้น กระดูกมนุษย์และสิ่งของเหล่านั้นพลันลุกไหม้ขึ้นเองโดยไร้เปลวไฟ เปลวเพลิงถูกยันต์ทั้งสามแผ่นควบคุมไว้แน่นหนาภายในวงล้อม
แสงสว่างจ้าจนแทบทำเอาทุกคนตาพร่า
“สวรรค์ นี่มันไฟอะไรกัน”
จักรพรรดิอู่เหวินตี้จ้องมองตาไม่กะพริบ ทั้งตกตะลึงและหวาดหวั่น
พระองค์ทรงทราบว่ากระดูกเผาเป็นเถ้าถ่านได้ แต่กรรไกรเหล็กเล่มใหญ่ที่ขึ้นสนิมทั้งสองเล่มนั้น กลับถูกไฟเผาจนหลอมละลาย หดเล็กลง แล้วหายไป
ช่างอัศจรรย์ อัศจรรย์เหลือเกิน
ไม่ถึงครึ่งถ้วยชา ทุกสิ่งก็ถูกเผาจนหมดสิ้น แม้แต่เถ้าถ่านก็ไม่เหลือ ยันต์ทั้งสามแผ่นไร้แสงสีทอง กลับคืนสู่สภาพเดิม ก่อนจะกลายเป็นเถ้าธุลี
ในเวลาเดียวกัน
ณ ลานบ้านแคบและมืดมิดแห่งหนึ่งในเมืองหลวง
ชายชราผอมแห้งราวกับโครงกระดูกกระอักเลือดดำออกมาคำโต ดวงตาเต็มไปด้วยความไม่อยากเชื่อ
“ถึงกับมีคนทำลายมนตร์ของข้าได้...”
ยังพูดไม่ทันจบ เขาก็กระอักเลือดดำออกมาอีกคำ กุมอกด้วยความเจ็บปวด ดวงตาเบิกกว้าง
