“อ๊ากกกกก!”
จ้าวจิ่นจูที่นั่งอยู่แต่เดิมพลันตกใจจนใบหน้าน้อยซีดเผือด ลุกขึ้นยืนคว้าแขนจ้าวจิ่นหวยไว้แน่น
“พี่...พี่ชาย เสด็จแม่...เสด็จแม่เป็นลมชักหรือ?”
“ห้ามพูดเหลวไหล!”
จ้าวจิ่นหวยตวาดดุ
เขาเองก็ตกใจเช่นกัน ทว่ารู้ว่าอาการผิดปกติของเสด็จแม่ครานี้ คงเป็นฝีมือสิ่งที่นางเรียกว่าระบบ
พลังนี้ช่างน่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก
แต่กลับทำให้เขาหลงใหลอย่างประหลาด
ช่างอยากครอบครองพลังนี้ไว้เป็นของตนเหลือเกิน
“ฮือ ๆ เสด็จแม่ พี่ชาย ท่านรีบช่วยเสด็จแม่ที นางดูทรมานเหลือเกิน”
จ้าวจิ่นจูตกใจจนร้องไห้ออกมา
ยามนี้นางไม่กล้าพูดอีกว่าเสด็จแม่เป็นลมชัก
เพราะยามพี่ชายดุดันขึ้นมา นางกลับหวาดกลัวยิ่งกว่า
“อ๊ากกกกกก...”
ซ่งอวี้หว่านกรีดร้องไม่หยุด
เสียงดังไปไกลลิบ
เหล่าสาวใช้และแม่นมที่เฝ้าอยู่ด้านนอกเรือนต่างมองหน้ากัน
“จะทำอย่างไรดี เข้าไปหรือไม่?”
“แต่พระชายาสั่งไว้แล้วว่าอย่ารบกวน ข้าไม่กล้าขัดคำสั่งหรอก”
“คุณชายกับคุณหนูไม่ได้เรียกพวกเรา พระชายาคงไม่เป็นไร พวกเราทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นเถิด”
ทุกคนเห็นพ้องกันอย่างรวดเร็ว
เหล่าองครักษ์ที่รุดมาถึงเห็นเช่นนั้นก็หันหลังเดินจากไปอย่างรู้ใจกัน พวกเขาหูหนวกตาบอดเสียแล้ว
หากเป็นไปได้ ขอให้พระชายาตายเร็ว ๆ จะได้ไปเกิดใหม่เร็ว ๆ
ตายแล้วก็พาเจ้าปีศาจน้อยทั้งสองไปด้วยเสียเลย
สามนาทีต่อมา
เสียงกรีดร้องของซ่งอวี้หว่านจึงหยุดลง
นางทรุดแผ่อยู่บนพื้นราวกับกองโคลน เสื้อผ้าเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ ดวงตาทั้งสองจ้องเขม็งไปยังที่แห่งหนึ่ง
“เสด็จแม่ ท่านไม่เป็นไรใช่หรือไม่?”
