ภายในห้องนอนที่ตกแต่งอย่างหรูหราด้วยสีชมพู
จ้าวจิ่นจูวัยห้าขวบมีใบหน้าซีดเผือด เห็นได้ชัดว่าตกใจกลัว แม้ยามหมดสติ หัวคิ้วก็ยังขมวดแน่น
เหงื่อเย็นผุดซึมบนหน้าผากไม่ขาดสาย
“จิ่นจู ดวงใจของแม่ อย่าเป็นอะไรไปเด็ดขาด!”
ซ่งอวี้หว่านเห็นสภาพเช่นนี้แล้วปวดใจแทบขาด
“คนมาเร็ว เรียกหมอประจำจวนมา!”
จ้าวจิ่นหวยหยิบผ้าเช็ดหน้าปักลายขึ้นซับเหงื่อบนหน้าผากของจ้าวจิ่นจู “เสด็จแม่ น้องหญิงขี้ขลาดเกินไป ต้องฝึกให้ใจกล้าขึ้นจึงจะได้”
เขากังวลจริง ๆ ว่าสักวันนางจะตกใจตาย
พวกเขาสามแม่ลูกล้วนเป็นบุตรแห่งโชคชะตา
หากแม้แต่เรื่องแค่นี้ยังรับมือไม่ไหว ต่อไปจะทำการใหญ่ได้อย่างไร?
ซ่งอวี้หว่านได้ยินเช่นนั้นก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย “จิ่นหวย แต่สุขภาพของน้องเจ้า...”
อ่อนแอเกินไปจริง ๆ
แม้จะใช้ยาชั้นดีที่สุดบำรุงก็ยังไร้ผล
“เสด็จแม่ ข้ารู้ว่าเสด็จแม่กังวลเรื่องใด แต่น้องจะขี้ขลาดเช่นนี้ต่อไปไม่ได้ อีกอย่าง ข้าไม่เชื่อว่าในใต้หล้าจะไม่มีหมอที่รักษาร่างกายของน้องได้”
จ้าวจิ่นหวยหรี่ตาลงอย่างเย็นชา
ยามนี้เขายังเด็กเกินไป เวลาลงมือทำสิ่งใดจึงยังลังเลหวาดหวั่น รออีกสักหลายปี เขาก็ไม่จำเป็นต้องคำนึงถึงเรื่องเหล่านั้นอีก
“เสด็จแม่ เสด็จพ่อจะกลับเมืองหลวงเมื่อใด?”
พอเอ่ยถึงสามี อารมณ์ที่เดิมไม่สู้ดีของซ่งอวี้หว่านก็ยิ่งแย่ลง “ไม่รู้ พ่อของเจ้าไม่ได้ส่งจดหมายมาให้แม่เดือนหนึ่งแล้ว”
นางไม่ได้กังวลเรื่องความปลอดภัยของเขา
แต่กังวลว่าจะมีหญิงแพศยาคนใดฉวยโอกาสยามนางไม่อยู่ข้างกายท่านอ๋อง ยั่วยวนท่านอ๋องจนได้เป็นสตรีของเขา
