หวงเต้าโถวพลันหน้าตาตื่นตระหนก
ชั่วขณะหนึ่ง เขาถึงกับไม่รู้ว่าควรพูดสิ่งใด
ควรกระโดดออกมาแก้ตัวอย่างหน้าด้าน ๆ ดีหรือไม่?
หรือควรปฏิเสธความผิดของตนจนตาย?
ด้วยสัญชาตญาณเอาตัวรอด หวงเต้าโถวจึงเริ่มแสร้งทำเป็นไม่รู้เรื่อง “องค์หญิงน้อย กระหม่อมไม่ทราบว่าพระองค์กำลังตรัสถึงเรื่องใด หลายปีมานี้กระหม่อมประพฤติตนอยู่ในกรอบมาโดยตลอด ไม่เคยกระทำเรื่องผิดกฎหมายหรือฝ่าฝืนระเบียบ ทุกคนต่างก็เห็นกันถ้วนหน้า”
บรรยากาศในตำหนักจินหลวนหม่นอึมครึม
เหล่าขุนนางฝ่ายบุ๋นและฝ่ายบู๊ต่างมีความคิดแตกต่างกันไป
ทว่าก็ยังไม่ลืมเงี่ยหูฟังเรื่องสนุก
เฉ็ดเฉ็ดยกยิ้มกว้าง แล้วจู่ ๆ ก็กระโดดขึ้นตบหวงเต้าโถวจากระยะไกลอย่างแรง
“เพี๊ยะ!”
เสียงตบดังแผ่วใสกังวานชวนฟังเป็นพิเศษ
หวงเต้าโถวร้องโอดครวญ ใบหน้าซีกที่ถูกตบพลันบวมเป่งราวกับหัวหมู ขณะเดียวกันก็สำลักเลือดปนฟันออกมาอย่างน่าอนาถ
ซี้ด…
บรรยากาศในตำหนักจินหลวนยิ่งหม่นอึมครึมขึ้น
“หึ” เฉ็ดเฉ็ดหัวเราะเยาะ ก่อนใช้เท้าเล็ก ๆ เตะหวงเต้าโถวสองสามที “ใกล้ตายอยู่รอมร่อแล้วยังคิดจะลอยนวลอีกหรือ ฝันกลางวันอยู่กระมัง?”
ดวงตาของนางไม่อาจทนเห็นสิ่งชั่วร้ายได้
เมื่อพบคนเลวแล้ว ย่อมไม่มีทางปล่อยไปโดยเด็ดขาด
หวงเต้าโถวมีรูปร่างเตี้ยอ้วน สูงไม่ถึง 165 เซนติเมตร แต่น้ำหนักกลับเกือบ 80 กิโลกรัม
เห็นได้ชัดว่าเขากินดีอยู่ดีเพียงใด
หวงเต้าโถวถูกตีจนมึนงง สิ่งแรกที่ทำคือหันไปมองเว่ยอี้หม่านซึ่งคุกเข่าอยู่เพียงลำพัง แล้วกล่าวอย่างร้อนรน “ใต้เท้าเว่ย ท่านรู้จักนิสัยของผู้ใต้บังคับบัญชาดีที่สุดแล้ว รีบช่วยอธิบายให้องค์หญิงน้อยฟังเถิด!”
เร็วเข้า หากยังไม่แก้ตัว เขาคงจบเห่เป็นแน่!
