พ่อบ้านรู้สึกว่าตนถูกปรักปรำยิ่งกว่าโต้วเอ๋อเสียอีก
“ฮูหยิน ท่านกำลังควักหัวใจบ่าวชราหรือขอรับ?”
“ความภักดีของบ่าวชราที่มีต่อจวนสกุลโม่ ฟ้าดินเป็นพยานได้ อีกทั้งบ่าวชรายังเติบโตมาพร้อมนายท่านจนถึงบัดนี้ กล่าวได้ว่าผู้อื่นอาจทรยศจวนสกุลโม่ แต่บ่าวชราไม่มีวันทรยศเป็นอันขาด”
ฮูหยินโม่ได้ยินเช่นนั้นก็ยิ่งโกรธ
นางไม่ชอบพ่อบ้าน เพราะทุกครั้งที่มาขอเงิน เขามักพูดเสียยืดยาวจนนางฟังจนหูชา
นางคิดหาจังหวะไล่เขาออกไปตั้งนานแล้ว แต่นายท่านไม่อนุญาต ทั้งยังเคยตักเตือนอย่างเข้มงวดว่าห้ามกลั่นแกล้งพ่อบ้าน
ไม่มีทางเลือก นางจึงต้องอดทนไว้
แต่บัดนี้ฮูหยินโม่คิดว่าตนจับผิดพ่อบ้านได้แล้ว จึงไม่อาจอดกลั้นอีกต่อไป พลางวางท่าข่มเขาเสียอยู่หมัด
“พ่อบ้านเอ๋ย เจ้ามาถึงขั้นนี้แล้วยังไม่ยอมรับว่าแอบยักยอกเงินก็แล้วไปเถิด ถึงกับยกนายท่านมาข่มขู่ข้าอีก ใครให้ความกล้าเจ้ามา?”
พ่อบ้านข่มกลั้นความอัดอั้น “ฮูหยิน ท่านจะยัดเยียดความผิดให้บ่าวชราเช่นนี้จริงหรือขอรับ?”
แววตาฮูหยินโม่วูบไหว ก่อนตวาดเสียงเข้ม “อย่ามากล่าวหาข้าให้เสื่อมเสีย ชัดเจนว่าเจ้าเป็นคนประพฤติตนไม่เหมาะสม อาศัยว่านายท่านไว้วางใจ จึงแอบยักยอกเงินในจวน เจ้ายังไม่ยอมรับอีกหรือ?”
พ่อบ้านเองก็เริ่มเดือดดาล
เขาทำงานอย่างขยันขันแข็ง จงรักภักดีต่อจวนสกุลโม่มาครึ่งค่อนชีวิต สุดท้ายกลับถูกใส่ความ
ใครเล่าจะทนไหว
“ฮูหยิน ไม่มีผู้ใดให้ความกล้าบ่าวชรา บ่าวชราอาศัยเพียงมโนธรรมและความภักดี แต่ท่านกลับยัดเยียดข้อหาที่ไม่มีมูลให้บ่าวชรา แล้วบ่าวชราจะยอมให้ท่านสมใจได้อย่างไร!”
